เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่สะพานข้ามแม่น้ำน่าน (ท่าน้ำบ้านป่ากล้วย) อ.เวียงสา จ.น่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเปิดประเพณีแข่งเรือออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2566 ว่า สธ. มีนโยบายเรื่องเศรษฐกิจสุขภาพ โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างต้นแบบพื้นที่อายุยืน (Blue Zone) “หนึ่งเขตสุขภาพ หนึ่งพื้นที่อายุยืน” ในทุกจังหวัด โดย “น่านซิตี้โมเดล” เป็นหนึ่งในจังหวัดนำร่องของเขตสุขภาพที่ 1 เพื่อการมีสุขภาพหรือสุขภาวะที่ดีทั้ง 4 มิติ คือ กาย จิต ปัญญา และสังคม ซึ่งงานประเพณีแข่งเรือยาวถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเชิงสังคม ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่ โดยไม่ต้องมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าน่านเป็นจังหวัดที่ติด 10 จังหวัดที่ดื่มแอลกอฮอล์สูงสุดในประเทศไทย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราต้องยอมรับว่าวิถีชีวิตและประเพณีบ้านเราเอื้อต่อการใช้ชีวิตให้เป็นนักดื่ม โดยเฉพาะการผลิตเหล้าได้ด้วยตัวเอง เช่น เหล้าขาว จึงต้องช่วยกันชี้ให้เห็นพิษภัยของเหล้า ต้องรู้ว่าดื่มอย่างไรให้ปลอดภัยเพื่อป้องกันและจัดการตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม การลดการเข้าถึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น การแข่งเรือปลอดเหล้า การลดการผลิต และการผลิตอย่างมีคุณภาพ ต้องมีการขึ้นทะเบียนเป็นสุราชุมชนที่จะมีกระบวนการแยกความเป็นพิษในเหล้าออกมา หลังจาก สสส. เข้ามารณรงค์งดแอลกอฮอล์ในประเพณีต่างๆ ทำให้เห็นชัดว่า ในงานจะไม่มีการดื่มเหล้าให้เห็น ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่ดื่มและขายเสรี

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. เห็นว่าที่ผ่านมา ในกระบวนการงานประเพณี การสนับสนุนโดยบริษัทเหล้า เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ ทำให้มีการดื่มจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุปีละ 100 กว่าราย จึงร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ประชาคมจังหวัดน่าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันรณรงค์และดำเนินการให้งานจัดแข่งเรือยาวประเพณีปลอดเหล้า ปลอดเบียร์ ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 15 ปี สำหรับการเฝ้าระวังการแอบนำเหล้าเบียร์เข้าร่วมงานอย่างไรนั้น เรามีความร่วมมือกับเยาวชนเข้ามาดูแล.



