มหาวิทยาลัยศูนย์การแพทย์แมริแลนด์ แถลงข่าววานนี้ (1 พ.ย. 2566) ว่า ลอว์เรนซ์ ฟอว์เซตต์ วัย 58 ปี ผู้ป่วยชายรายที่ 2 ที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจโดยใช้หัวใจหมูเป็นอวัยวะทดแทน เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2566 โดยทีมแพทย์ของมหาวิทยาลัย เพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา

ฟอว์เซตต์ เป็นผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจตามปกติได้ เนื่องจากสภาพร่างกายและอาการป่วยโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ แม้ว่าการผ่าตัดจะเป็นไปด้วยดีในเบื้องต้น แต่ในช่วงก่อนเสียชีวิต ร่างกายของเขาเริ่มแสดงอาการปฏิเสธอวัยวะใหม่

ศัลยแพทย์บาร์ทลีย์ พี. กริฟฟิธ ซึ่งเป็นผู้ลงมือผ่าตัดให้ทั้ง ฟอว์เซตต์ และ เดวิด เบนเน็ตต์ คนไข้รายแรกที่รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจหมู กล่าวยกย่อง ฟอว์เซตต์ ว่าเป็นคนไข้ที่ยอดเยี่ยม เขาเพียงต้องการมีเวลาอยู่กับครอบครัวอันเป็นที่รักให้มากขึ้นอีกสักเล็กน้อย

ลอว์เรนซ์ ฟอว์เซตต์ คนไข้รายที่ 2 ที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนไปใช้หัวใจหมู ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม

ครั้งแรกของโลก! ทีมแพทย์อเมริกันผ่าตัด ‘หัวใจหมู’ ใส่ในคนได้สำเร็จ

กระบวนการทดลองผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหัวใจครั้งล่าสุดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย ที่มุ่งเป้าหมายไปที่การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะจากสัตว์สปีชีส์อื่นให้มนุษย์ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยอวัยวะที่จะนำมาใช้ในการผ่าตัด จะผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม เพื่อให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุดที่ร่างกายของคนไข้จะปฏิเสธอวัยวะใหม่

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาจากการที่มีผู้บริจาคอวัยวะไม่เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของผู้ป่วย โดยในสหรัฐ มีผู้ป่วยไม่ต่ำกว่า 100,000 คน ที่กำลังรอคอยเพื่อผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะใหม่

เดวิด เบนเน็ตต์ ซีเนียร์ เป็นคนไข้คนแรกที่รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจหมูเข้าสู่ร่างกาย เมื่อเดือน ม.ค. 2565 แต่เขาเสียชีวิตหลังจากรับการผ่าตัดได้เพียง 2 เดือน โดยทีมแพทย์ที่ผ่าตัดให้เขา ชี้แจงสาเหตุว่ามาจากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงสภาพร่างกายของเขาที่อ่อนแอมาก

คนไข้ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจหมูคนแรกของโลกเสียชีวิตแล้ว

ทว่า ต่อมาก็ค้นพบว่า หัวใจหมูที่ปลูกถ่ายใหม่ในร่างกายของเขานั้น มีอาการติดเชื้อไวรัส

มูฮัมหมัด โมฮิอุดดิน ผู้อำนวยการของโครงการเปลี่ยนถ่ายหัวใจข้ามสปีชีส์ กล่าวยกย่องการเสียสละเพื่อวิทยาศาสตร์ของ ฟอว์เซตต์ พร้อมทั้งเสริมว่า ทีมงานจะเริ่มวิเคราะห์รายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อระบุตัวการที่ส่งผลให้เขาเสียชีวิต จะได้ป้องกัน ไม่ให้เกิดปัจจัยเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

เครดิตภาพ : AFP / University of Maryland Medical Center