สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ว่า มัสก์กล่าวว่า เขาเชื่อว่ามันจะมีช่วงเวลาที่มนุษย์ต้องการงาน แต่เอไอกลับสามารถทำทุกอย่างได้แทน

การพูดคุยระหว่างบุคคลสำคัญระดับโลกทั้งสองคน เกิดขึ้นหลังรัฐบาลสหราชอาณาจักร ปิดฉากการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับเอไอครั้งแรกของโลก ที่เบลตช์ลีย์ พาร์ก ทางเหนือของกรุงลอนดอน เพื่อกำหนดกฎระเบียบระดับโลก และตรวจสอบความเสี่ยงร้ายแรงเกี่ยวกับการพัฒนาของเอไอ

ระหว่างการประชุมสุดยอดนาน 2 วัน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่ง และประเทศต่าง ๆ ร่วมลงนามในข้อตกลงสมัครใจ “ครั้งสำคัญ” เพื่อทำให้รัฐบาลของหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร, สหรัฐ และสิงคโปร์ ทดสอบโมเดลล่าสุดสำหรับความเสี่ยงด้านความมั่นคงในระดับสังคม และระดับชาติ

นายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก จับมือกับนายอีลอน มัสก์ ที่คฤหาสน์แลงคาสเตอร์ ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ มัสก์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โอเพนเอไอ เมื่อปี 2558 แต่หลายปีต่อมา เขาลาออกเพราะเกิดความขัดแย้ง เรื่องความปลอดภัยของเอไอ ซึ่งหลังจากนั้น มัสก์เปิดบริษัทเอไอของตัวเองในชื่อ “เอ็กซ์เอไอ” (xAI) ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีภารกิจในการทำความเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของจักรวาล และมุ่งเน้นการสร้างเครื่องจักร ซึ่งมีความฉลาดระดับมนุษย์ หรือที่เรียกว่า “ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป” (เอจีไอ)

เมื่อซูแน็กถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการริเริ่มนี้ มัสก์ตอบกลับแบบติดตลกว่า “มันจะน่ารำคาญ แต่ก็เป็นเรื่องจริง” กระนั้น เขายังคงสนับสนุนแผนการดังกล่าว เพราะพวกเขาเรียนรู้มานานหลายปีแล้วว่า การมี “ผู้ตัดสิน” เป็นสิ่งที่ดี

ยิ่งไปกว่านั้น มัสก์เชื่อว่าการทำให้เทคโนโลยีเอไอมี “สวิตช์ปิดบางอย่าง” เป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเอไอจะไม่เป็นมิตรกับมนุษย์ตอนไหน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็น “พลังสร้างความดี” และเอไอสามารถเป็น “เพื่อนที่ดี” ต่อผู้ใช้งานได้จริง.

เครดิตภาพ : AFP