เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่สำนักงานเขตบึงกุ่ม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงกิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจรเขตบึงกุ่ม ว่า เขตบึงกุ่มเป็นเขตขนาดใหญ่พอสมควร มีพื้นที่ 3.5 ตร.ม. มีประชากรประมาณ 137,000 คน เป็นเขตที่เป็นที่อยู่อาศัยเยอะ มีถนนหลักอยู่ 4-5 สาย อาทิ ถนนเสรีไทย ถนนนวมินทร์ ถนนนวลจันทร์ ปัญหาหลัก ๆ จะเป็นเรื่องน้ำท่วมต่าง ๆ ซึ่งได้รับการแก้ไขไปมากพอสมควรแล้ว อาจจะมีปัญหาเรื่องการเดินทาง ปัญหารถติด เพราะว่าเขตบึงกุ่มไม่มีขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ไม่มีรถไฟฟ้าผ่าน รถเมล์ก็มีน้อย แต่โดยภาพรวมแล้วเขตบึงกุ่มทำเรื่อง Traffy Fondue ได้ค่อนข้างดีในเรื่องการแก้ไขปัญหาของประชาชน

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงเรื่องฝุ่นPM2.5 ในพื้นที่ว่า จะเห็นได้ว่าปัจจุบันยังไม่มีการเผาชีวมวลมาก แต่เป็นฝุ่นที่มาจากรถยนต์โดยตรง เราวัดฝุ่นเป็นไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เพราะฉะนั้นถ้าอากาศปกติ อากาศเปิด ฝุ่นจากรถยนต์ในกรุงเทพฯ อยู่ประมาณ 20 – 30 มคก./ลบ.ม. ก็จะเป็นสีเขียวหรือเหลือง แต่พออากาศเริ่มปิดอย่างเช่นวันนี้ฝุ่นจากรถยนต์มีเหมือนเดิม แต่จะเพิ่มมาเป็นประมาณ 50-60 มคก./ลบ.ม. คือเริ่มสีเหลือง สีส้มตามมาตรฐานใหม่ ส่วนอนาคตถ้าเกิดมีฝุ่นจากด้านนอกมา เช่น เผาชีวมวล บวกรถยนต์ บวกอากาศปิด ค่าฝุ่นก็จะเป็น 90 หรือ100 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ กทม.มีเรื่องที่ดำเนินการอยู่ คือ ตรวจรถควันดำ และในช่วงที่ 2-3 วันที่ผ่านมา ได้มีการตรวจเพิ่มเติม คือลองตรวจรถที่ตรวจควันดำผ่าน ว่ายังปล่อย PM2.5 อยู่หรือไม่ พบว่าก็ยังปล่อยอยู่เป็นปริมาณมาก เพราะว่าจริง ๆ แล้วการตรวจควันดำที่ใช้กระดาษกรองไปวัดค่าฝุ่น อาจจะเป็น PM10 เป็นฝุ่น PM ขนาดใหญ่ รถธรรมดาก็ยังปล่อยฝุ่น PM2.5 ออกมาอยู่ ดังนั้นหัวใจของการต่อสู้กับ PM2.5 ตอนนี้คือการลดการใช้รถยนต์ ใช้ขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น
รวมทั้งอาจจะต้องใช้รถที่อาจจะมีคุณภาพที่ดีหรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ปล่อย PM2.5 น้อยลง ซึ่งเป็นมาตรการที่ต้องหารือร่วมกับหลายภาคส่วน กทม.หน่วยงานเดียวคงไม่สามารถลดจำนวนรถยนต์ในกรุงเทพฯ ได้ ต้องร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพยายามลดการใช้รถยนต์และใช้ขนส่งมวลชนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะลด PM2.5 ในเบื้องต้นได้ ส่วนการเผาชีวมวล ในระยะยาวคงต้องร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ทั้งกระทรวงเกษตรฯ หรือกรมควบคุมมลพิษในการกำกับเรื่องการเผาชีวมวล

ด้าน นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า มิติสำคัญคือเรื่องของการป้องกันสุขภาพพี่น้องประชาชน ขณะนี้สำนักการศึกษาได้ทำการสำรวจมาแล้วว่าห้องเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3 ทั้งหมด 1,700 ห้อง ติดตั้งแอร์แล้ว 800 ห้อง ซึ่งสำนักการศึกษาได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการซื้อเครื่องฟอกอากาศแล้ว โดยห้องที่มีแอร์ก็สามารถติดตั้งได้เลย เพื่อปกป้องสุขภาพสำหรับนักเรียน ส่วนสำนักอนามัยได้เตรียมพร้อมโดยลงพื้นที่ในเรื่องการให้ข้อมูลชุมชน แจกหน้ากากอนามัย สำนักการแพทย์เตรียมคลินิกปลอดฝุ่นใน 8 โรงพยาบาลเพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพอย่างเต็มที่

หลังแถลงข่าว ผู้ว่าฯกทม. ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับบุคลากรสำนักงานเขตบึงกุ่ม จำนวน 5 คน ได้แก่ น.ส.ยุวชลี ฟองศรีจันทร์ ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) ฝ่ายโยธา น.ส.นราวดี วงษา ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานสวนสาธารณะ นายธภัทร ศรีเจริญ ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) นายสมชาติ อิ่มสำราญ ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) น.ส.วิลาสินี มาลี ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ

จากนั้น ผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้บริหารกทม.ลงพื้นที่ตรวจจุดฝืดถนนเสรีไทย บริเวณแยกนิด้า ตรวจพื้นที่โครงการก่อสร้าง อาคารบังคับน้ำเชื่อมบึงพังพวยกับคลองแสนแสบ ของสำนักการระบายน้ำ บริเวณแยกนิด้า ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการสาธารณสุข 50 บึงกุ่ม ถนนเสรีไทย ตรวจเยี่ยมชุมชนซอยสมหวัง บริเวณซอยเสรีไทย 21 ตรวจเยี่ยมหมู่บ้านนาริสา กรณีประสงค์ยกที่ดินให้เป็นที่สาธารณะ บริเวณซอยเสรีไทย 29 ตรวจพื้นที่การก่อสร้างสะพานข้ามคลองแสนแสบ เชื่อมเขตบึงกุ่ม-เขตสะพานสูง ของสำนักการระบายน้ำ บริเวณชุมชนอัสสลาม ซอยเสรีไทย 24.





