นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีการจับกุมพนักงานบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคลนำมาขายให้กับมิจฉาชีพ ว่า ขณะนี้ กระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมข้อมูล และตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายจากกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องรอข้อสรุปหลังได้พิจารณาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนแล้ว
ขณะเดียวกัน ในส่วนที่พนักงานของโบรกเกอร์ประกันภัยนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปเผยแพร่โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้เจ้าของข้อมูลได้รับความเดือดร้อน การพิจารณาความผิด หากพนักงานโบรกเกอร์ลักลอบ หรือขโมยข้อมูลออกมาด้วยตนเอง ถือว่าเป็นความผิดของตัวบุคคล แต่ถ้ามีการตรวจสอบบริษัทที่โบรกเกอร์นำข้อมูลออกมา มีการวางระบบที่ไม่รัดกุมจึงถูกนำข้อมูลออกมาขายทอดตลาด บริษัทอาจจะมีความผิดไปด้วย

ด้านนายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. กล่าวว่า กรณีตำรวจไซเบอร์ จับกุมพนักงานบริษัทโบรกเกอร์ ประกันภัยนำข้อมูลส่วนบุคคลไปขายนั้น ทาง สคส.ได้ทำงานกับตำรวจไซเบอร์ ให้ทางบริษัทดังกล่าวเข้ามาชี้แจงภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งหากตรวจสอบพบว่าเป็นการบกพร่องของบริษัทไม่มีการป้องกันตามมาตรฐานก็จะมีความผิดทางปกครอง มีค่าปรับ 3-5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามทาง สคส. มีศูนย์ในการมอนิเตอร์บริษัทต่างๆ เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นายเวทางค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC ) หรือ AOC 1441 ในการให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาภัยออนไลน์สำหรับประชาชน มีอุปสรรคการรับสายจากประชาชนที่มีจำนวนคู่สายต่อวันสูงถึง 2,000 สาย ที่อาจได้รับบริการไม่ทั่วถึง เนื่องจากเจ้าหน้าที่รับสายมีจำนวนไม่เพียงพอนั้นกระทรวงดีอีอยู่ในขั้นตอนเพิ่มเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานได้อีก 40 คน แต่ขณะนี้อยู่ในช่วงอบรม คาดว่าจะจบหลักสูตรได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า โดยจะมีเจ้าหน้าที่รับสายเพิ่มขึ้น ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้จำนวน 100 คู่สาย เพื่อมาบริการให้กับประชาชนมากขึ้น



