สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ว่า พล.อ.มินต์ ส่วย รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพเมียนมา กับกองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่ม ในภูมิภาคทางเหนือของประเทศ ซึ่งทวีความรุนแรงตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ว่าหากรัฐบาลและกองทัพไม่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ “มีแนวโน้ม” ที่เมียนมา “จะแตกออกเป็นเสี่ยง”
ทั้งนี้ รัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ซึ่งปกครองประเทศนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อกองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่ม และยังมีกองกำลังประชาชน ของรัฐบาลแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ที่เป็นองค์กรการเมืองฝ่ายต่อต้าน โจมตีฐานที่มั่นหลายร้อยแห่งของกองทัพ โดยสถานการณ์กำลังรุนแรงที่สุด ในรัฐฉานและรัฐคะฉิ่น
Myanmar at risk of breaking apart due to border violence, President warns https://t.co/fvCcneoOCC
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) November 9, 2023
ขณะที่กองกำลังประชาชน สามารถยึดเมืองกอลิน ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการบริหาร ของภูมิภาคสะกาย ทางตอนกลางของประเทศ แต่ผู้สันทัดกรณีหลายคนยังคงตั้งคำถาม ว่าเอ็นยูจีและกองกำลังในสังกัด จะสามารถรักษาฐานที่มั่นในเมืองกอลิน ซึ่งมีประชากรราว 25,000 คน ได้นานเพียงใด
ด้าน พล.อ.มิน อ่อง หล่าย สั่งการให้กองทัพยกระดับความเข้มข้น ในการโจมตีโต้กลับ ความพยายามรุกคืบของกองกำลังชาติพันธุ์ ซึ่งตอนนี้เป็นการรวมตัวระหว่างกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) หรืออดีตพรรคประชาธิปไตยโกก้าง กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) และกองทัพอาระกัน (เอเอ) ส่วนกองทัพเอกราชคะฉิ่น (เคไอเอ) ปักหลักสู้รบในรัฐคะฉิ่น
นอกจากนี้ การที่พื้นที่สู้รบมีพรมแดนบางส่วนติดกับจีน สร้างความกังวลให้กับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเดินทางเยือนหลายครั้งในระยะนี้ เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมา และเรียกร้องการหยุดยิง.
เครดิตภาพ : AFP



