สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ว่า นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพเมียนมา กับกองกำลังชาติพันธุ์ ในภูมิภาคทางเหนือ ซึ่งมีพรมแดนบางส่วนติดกับภาคใต้ของจีน ว่ารัฐบาลปักกิ่งยังคงมีความวิตกกังวลในระดับสูง ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้มีการหยุดยิง การเจรจา และการปกป้องพลเรือนจีน ตลอดจนผลประโยชน์ร่วมระหว่างทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ มีรายงานพลเมืองจีน “จำนวนหนึ่ง” เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบครั้งนี้ แต่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ขณะที่เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ รัฐบาลปักกิ่งส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนเดินทางมายังเมียนมา เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทหารเมียนมาด้วย
China urges parties in Myanmar to immediately stop the fighting and keep China-Myanmar borders safe and stable. pic.twitter.com/xHA3qi6Gex
— Spokesperson发言人办公室 (@MFA_China) November 10, 2023
พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรีเมียนมา กล่าวว่าสถานการณ์ความไม่สงบที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคทางเหนือของประเทศ เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องการค้ายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรื้อรังมานาน กองกำลังชาติพันธุ์ที่กำลังต่อสู้กับกองทัพเมียนมาอยู่ในเวลานี้ อาศัยรายได้จากการค้ายาเสพติดเพื่อเป็นทุน ในการก่อความไม่สงบ
#Myanmar ????????: thousands of people have started fleeing from the junta-held Kokang SaZ into resistance territory in northern #Shan, as an #MNDAA assault on the main city of Laukkai seems a matter of time.
— Thomas van Linge (@ThomasVLinge) November 10, 2023
Source: https://t.co/Jlb51htzlh pic.twitter.com/RQp459UnLf
ด้าน พล.อ.มินต์ ส่วย รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวว่าหากรัฐบาลและกองทัพไม่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ “มีแนวโน้ม” ที่เมียนมา “จะแตกออกเป็นเสี่ยง”
ปัจจุบัน รัฐบาลทหารและกองทัพเมียนมา ซึ่งปกครองประเทศนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อพันธมิตรกองกำลังชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการรวมตัวระหว่างกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) และกองทัพอาระกัน (เอเอ) สู้รบอย่างหนักกับกองทัพเมียนมา ในรัฐฉาน ส่วนกองทัพเอกราชคะฉิ่น (เคไอเอ) ปักหลักสู้รบในรัฐคะฉิ่น.
เครดิตภาพ : AFP



