สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ทรงเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (จีซีซี) กับองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ที่กรุงริยาด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


ขณะที่มีการเปิดเผยด้วยว่า พระองค์ทรงต้อนรับและหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบทวิภาคี กับประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน นอกรอบการประชุมครั้งนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรก ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ นับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ โดยมีจีนเป็นคนกลาง เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงพบหารือกับประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย


ทั้งนี้ เจ้าชายโมฮัมเหม็ดตรัสว่า อิสราเอล “ต้องรับผิดชอบ” กับอาชญากรรมที่อิสราเอลก่อขึ้นกับชาวปาเลสไตน์ พร้อมทั้งทรงเรียกร้องการยุติการยึดครอง และการปิดล้อมบนพื้นที่ซึ่งเป็นของชาวปาเลสไตน์


อนึ่ง เพียงไม่นานหลังสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียประกาศระงับการเจรจากับอิสราเอล เกี่ยวกับการสถาปนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี และกำหนดเงื่อนไขว่า การหารือจะกลับมาเดินหน้า เมื่อใดก็ตามที่สงครามยุติโดยสันติวิธีเท่านั้น พร้อมทั้งทรงเน้นย้ำ จุดยืนของรัฐบาลริยาด ในการสนับสนุนปาเลสไตน์


อย่างไรก็ตาม ในประเด็นความสัมพันธ์กับอิหร่าน เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ซึ่งทรงถือเป็น “ผู้ปกครองโดยพฤตินัยแห่งราชอาณาจักร” ตรัสว่า หากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ซาอุดีอาระเบียต้องมีเช่นกัน.

เครดิตภาพ : AFP