สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ว่า พล.ร.อ.รอนนี กิล กาวัน ผู้บัญชาการกองเรือยามฝั่งฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ภารกิจลำเลียงเสบียงไปส่งให้กับทหาร ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานปฏิบัติการ โดยใช้ซากเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง “บีอาร์พี เซียร์รา มาเดร” เป็นที่ตั้ง บนแนวสันดอนโธมัสที่สอง ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ จะยังคงเกิดขึ้นต่อไปตามกำหนดการ เนื่องจากเป็นทะเลที่อยู่ในอาณาเขตของฟิลิปปินส์


การประกาศดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ยามฝั่งฟิลิปปินส์เกิดขึ้น หลังการเผชิญหน้ารอบล่าสุด ระหว่างเรือของฟิลิปปินส์กับเรือของหน่วยยามฝั่งจีน ซึ่งเกิดขึ้นในทะเลบริเวณนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีการไล่กวดกัน พร้อมทั้งมีการกีดขวางและการฉีดน้ำใส่เรือของฟิลิปปินส์ เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากรัฐบาลมะนิลาว่า “มีเจตนาสร้างอันตราย”

เรือของหน่วยยามฝั่งจีนฉีดน้ำใส่เรือของฟิลิปปินส์ ระหว่างเผชิญหน้ากัน ใกล้กับแนวสันดอนโธมัสที่สอง บริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้


ขณะที่สำนักงานยามฝั่งของจีนออกแถลงการณ์ ว่าเรือของฟิลิปปินส์ “เป็นฝ่ายละเมิดอธิปไตยทางทะเลของจีน” ดังนั้น จึงต้องมีการใช้ “มาตรการควบคุมอันตราย” และขอเรียกร้องให้รัฐบาลมะนิลายุติดำเนินการยั่วยุดังกล่าว

ซากเรือรบ “บีอาร์พี เซียร์รา มาเดร” บริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้


นอกจากนั้น ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เรือของจีนและฟิลิปปินส์ เผชิญหน้าและเฉี่ยวชนกัน บริเวณแนวสันดอนโธมัสที่สอง และทั้งสองประเทศยังคงกล่าวโทษกันไปมา ว่าเป็นฝ่ายละเมิดอธิปไตยทางทะเล


ทั้งนี้ แนวสันดอนโธมัสที่สองตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดปาลาวัน ที่อยู่ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ ประมาณ 105 ไมล์ทะเล ซึ่งการที่แนวสันดอนโธมัสที่สอง ยังตั้งอยู่ในทะเลอาณาเขต ที่ถือเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ คือห่างไม่เกิน 200 ไมล์ทะเลจากเส้นฐาน กองทัพฟิลิปปินส์จึงเข้าไปประจำการในบริเวณนี้ ตั้งแต่ปี 2541 และใช้ซากเรือรบบีอาร์พี เซียร์รา มาเดร เป็นฐานประจำการจนถึงปัจจุบัน.

เครดิตภาพ : AFP