เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงพื้นที่ จ.น่าน เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ใน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนน่านปัญญานุกูล โรงเรียนริมฝั่งน่าน โรงเรียนบ้านน้ำครกใหม่ และโรงเรียนน่านนคร สำหรับการตรวจเยี่ยมโรงเรียนแรก คือ โรงเรียนน่านปัญญานุกูล สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) จัดการศึกษาให้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และบุคคลออทิสติก แบบสหศึกษา ประเภทอยู่ประจำพักนอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา พิการซ้ำซ้อน และบกพร่องทางการได้ยิน โดยจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มนี้ เพื่อพัฒนาให้เขาเป็นมนุษย์ที่ความสมดุล ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ มีความรู้ คุณธรรม สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น มีทักษะการทำงาน และสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้
รมช.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ต่อมาที่โรงเรียนบ้านน้ำครกใหม่ มีจุดเด่นในด้านคุณภาพผู้เรียน คือ นักเรียนมีความสามารถทางด้านวิชาการและวิชาชีพ และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยมีการพัฒนาผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตร ที่ชัดเจนและหลากหลาย ส่งผลให้นักเรียนได้รับรางวัลมากมาย ส่วนจุดเด่นในด้านกระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา ใช้หลักการบริหารงานแบบ NM STRONG คือ Support = การสนับสนุน ส่งเสริม Teamwork = ทีมงาน Result ส่วนจุดเด่นในด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอน ทางโรงเรียนมีการพัฒนาหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้เรียนที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และมีการบูรณการกับแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นจนได้รับเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบการพัฒนาหลักสูตร

ส่วนที่โรงเรียนริมฝั่งน่านทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน จำนวน 10 คน ผู้บริหาร 1 คน คณะครู 2 คน ธุรการ (จ้างเอง) 1 คน และนักการภารโรง 1 คน โดยมีจุดเด่นในด้านคุณภาพผู้เรียน นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้และมีพัฒนาการด้านผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้น ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหาร ได้บริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม ส่วนในด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอน ได้จัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นแบบเชิงรุก (Active learning) โดยเน้นใช้สื่ออย่างหลากหลายจนมีผลงานที่น่าภาคภูมิใจไม่แพ้โรงเรียนอื่นๆ
“จากการลงพื้นที่ในวันนี้ ก็ได้เห็นสภาพจริงของโรงเรียนหลากหลายแบบ ตั้งแต่โรงเรียนที่จัดการศึกษาพิเศษ โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ซึ่งก็จะพบปัญหาที่แตกต่างกันไป อย่างโรงเรียนขนาดเล็ก ก็จะพบปัญหาเรื่องการขาดแคลนครูธุรการ หรือนักการภารโรง แนวทางในตอนนี้ก็คือการใช้ทรัพยากรร่วมกัน หมุนเวียนกันไป ส่วนในเรื่องการเรียนการสอน พบว่าโรงเรียนมีการจัดการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เช่น การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การสอน Coding ให้กับเด็ก หรือการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงโดยผสานเข้ากับบริบทท้องถิ่น อย่างการใช้วัสดุจากธรรมชาติมาทำผลิตภัณฑ์ ก็เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ สามารถขับให้เอกลักษณ์ของท้องถิ่นเราโดดเด่นขึ้นมาได้ ส่วนโรงเรียนน่านนครที่เรามาตรวจเยี่ยมเป็นโรงเรียนสุดท้ายนี้ ก็จะพบปัญหาเรื่องครูและบุคลากร ที่ไม่ครบทุกวิชา เพราะเมื่อดูจำนวนนักเรียนกับอัตรากำลังครูก็พบว่ามีครูครบชั้นจริง แต่ยังขาดในบางวิชา เรื่องนี้ก็ต้องไปคุยกับหลายฝ่าย ทั้ง สพฐ. ก.ค.ศ. หรือ ก.พ. ว่าจะสามารถทำอย่างไรได้เพื่อแก้ปัญหาต่อไป ถือเป็นข้อดีของการลงพื้นที่ ทำให้ได้มาเห็นสภาพจริงของแต่ละโรงเรียน แต่ละพื้นที่ ซึ่งผมก็จะนำข้อเสนอแนะที่ได้รับไปศึกษาและพัฒนาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ” นายสุรศักดิ์ กล่าว



