สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ว่า ฟินแลนด์ ซึ่งมีพรมแดนร่วมกับรัสเซียเป็นระยะทางราว 1,340 กิโลเมตร พบว่ามีผู้คนหลั่งไหลเข้าประเทศเป็นจำนวนมากขึ้น นับตั้งแต่เดือน ส.ค. ที่ผ่านมา แม้พวกเขาไม่มีเอกสารที่ถูกต้องก็ตาม โดยส่วนใหญ่เป็นพลเมืองจากตะวันออกกลาง และแอฟริกา ที่ไม่มีวีซ่า

“ในวันนี้ รัฐบาลตัดสินใจปิดจุดผ่านแดนวาลิมา, นุยจามา, อิมาตรา และนีราลา บริเวณพรมแดนระหว่างฟินแลนด์กับรัสเซีย” นางมารี รันตาเนน รมว.มหาดไทยของฟินแลนด์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีเพตเตโร ออร์โป ผู้นำฟินแลนด์ กล่าวหาว่า รัสเซียจงใจทำลายเสถียรภาพของฟินแลนด์ เพื่อตอบโต้รัฐบาลเฮลซิงกิ ที่เข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลมอสโก ระบุเมื่อเดือน เม.ย. ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของฟินแลนด์ ถือเป็นการโจมตีความมั่นคงของรัสเซีย

แม้กองกำลังป้องกันชายแดนของฟินแลนด์ กล่าวว่า มีผู้ขอลี้ภัยเดินทางมาถึงจุดข้ามพรมแดนทั้งหมด 280 คน นับตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แต่รันตาเนนชี้ว่า ตัวเลขข้างต้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะมันคือ “การวางแผนส่งคนเข้ามาในฟินแลนด์”

ด้านนายมาร์กคู ฮัสซิเนน รองหัวหน้ากองกำลังรักษาชายแดนฟินแลนด์ กล่าวว่า การหลั่งไหลเข้าของผู้อพยพ ก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศ และสร้างภาระต่อการปฏิบัติงานของทางการ ในพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันออกเช่นกัน

อนึ่ง จุดข้ามพรมแดนที่จะถูกปิดทั้งสี่จุด ตั้งอยู่ในภูมิภาคซึ่งมีประชากรมากที่สุด ทางตอนใต้ของฟินแลนด์ ส่วนจุดผ่านแดนอีก 4 จุดในพื้นที่ชนบท ทางตอนเหนือของประเทศ ยังเปิดทำการตามปกติ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ออร์โปเน้นย้ำว่า หากสถานการณ์นี้ขยายวงกว้าง ไปยังจุดข้ามพรมแดนแห่งอื่น ๆ และกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากขึ้น รัฐบาลเฮลซิงกิจะดำเนินมาตรการที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับมาตรการเหล่านั้นแต่อย่างใด.

เครดิตภาพ : AFP