สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 19 พ.ย. สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) รายงานว่า เรือโดยสาร 3 ลำ ซึ่งมีผู้โดยสารชาวโรฮีนจาแออัดรวมกันมากกว่า 500 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ล่องมาขึ้นฝั่งที่ชายหาด 3 แห่ง ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ในจังหวัดบันดาอาเจะห์ ทางเหนือสุดของเกาะสุมาตรา และเป็นภูมิภาคทางตะวันตกสุดของอินโดนีเซีย


ทั้งนี้ เรือลำใหญ่ที่สุดขึ้นฝั่งที่อำเภอบีเรอเอิน มีผู้โดยสาร 256 คน จากจำนวนดังกล่าว 110 คน เป็นผู้หญิง และอีก 60 คนเป็นเด็ก โดยเรือลำดังกล่าวเป็นลำเดียวกับที่พยายามขึ้นฝั่ง ที่จังหวัดบันดาอาเจะห์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และตอนนี้ชาวโรฮีนจาทุกคนอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว

หญิงและเด็กชาวโรฮีนจา นั่งพักบริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่เมืองลาปัง บารัต ในจังหวัดบันดาอาเจะห์ ทางตอนเหนือของอินโดนีเซีย


ด้านรัฐบาลอินโดนีเซีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดบันดาอาเจะห์ ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการต่อสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งหมายความว่า มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาล่องเรือมาขึ้นฝั่งที่อินโดนีเซียมากกว่า 800 คน ภายในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว โดยก่อนหน้านั้น เป็นเรือโดยสารของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา 196 คน และ 147 คนตามลำดับ


ขณะที่ผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ว่า เป็นเรื่องที่ประหลาดแต่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน ต่อการที่เรือโดยสารของชาวโรฮีนจาล่องมาขึ้นฝั่งที่อินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมีการให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจในบังกลาเทศ และภาวะวิกฤติในเมียนมา ซึ่งกำลังเผชิญกับการสู้รบรอบใหม่ ระหว่างกองทัพกับกลุ่มนักรบชาติพันธุ์ในหลายรัฐ รวมถึงรัฐยะไข่ ที่เคยเกิดการสู้รบอย่างหนักหน่วง ระหว่างปี 2560-2562 ส่งผลให้ชาวโรฮีนจามากกว่า 1 ล้านคน ลี้ภัยไปยังบังกลาเทศ


อนึ่ง อินโดนีเซียถือว่า ชาวโรฮีนจาไม่ใช่พลเมือง จึงไม่สามารถให้อยู่อาศัยระยะยาวในประเทศได้ แม้ในฐานะผู้ลี้ภัยก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลจาการ์ตาไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ฉบับปี 2494 หมายความว่า แม้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม แต่กลุ่มคนเหล่านี้ มีสถานะ “ผู้อพยพผิดกฎหมาย” ตามกฎหมายของอินโดนีเซีย.

เครดิตภาพ : AFP