สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า นายบาสเซ็ม อัล-อวาดี โฆษกคณะรัฐมนตรีอิรัก กล่าวถึงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐ ในเขตชานกรุงแบกแดด ระหว่างคืนวันอังคารถึงช่วงรุ่งสางของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น “ไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลแบกแดด” จึงถือเป็น “การละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิรักอย่างชัดเจน”
The Iraqi government condemned overnight #US strikes on targets south of Baghdad, saying they were not coordinated with Iraqi authorities in a clear violation of Iraqi sovereignty. #Iraq https://t.co/RG0Oleviqw pic.twitter.com/rXSfFWP6oM
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) November 22, 2023
อย่างไรก็ตาม อวาดีประณามกองกำลังติดอาวุธที่มาอาศัยอิรักเป็นฐาน ในการโจมตีกำลังพลและสรรพาวุธของสหรัฐ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ สมควรได้รับการประณาม
On the morning of November 22 in Iraq, U.S. Central Command (USCENTCOM) forces conducted discrete, precision strikes against two facilities in Iraq. The strikes were in direct response to the attacks against U.S. and Coalition forces by Iran and Iran-backed groups, including the… pic.twitter.com/HySbSFNlp5
— U.S. Central Command (@CENTCOM) November 22, 2023
ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) รายงานว่า เครื่องบินเอซี-130 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำลายเป้าหมายสองแห่ง ในเขตชานกรุงแบกแดด เพื่อตอบโต้ที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) และกลุ่มนักรบเครือข่าย ใช้เป็นฐานโจมตีกำลังพลและสรรพาวุธของสหรัฐ ทั้งในอิรักและซีเรีย
การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบสามสัปดาห์ ซึ่งกองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิรัก หลังก่อนหน้านั้น เน้นการโจมตีเป้าหมายในซีเรียมาตลอด
อนึ่ง ข้อมูลจากกองทัพสหรัฐระบุด้วยว่า นับตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา มีการโจมตีกำลังพลและสรรพาวุธของสหรัฐในซีเรียอย่างน้อย 34 ครั้ง และอีกอย่างน้อย 32 ครั้งในอิรัก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมกันมากกว่า 60 คน.
เครดิตภาพ : AFP



