สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า นายบาสเซ็ม อัล-อวาดี โฆษกคณะรัฐมนตรีอิรัก กล่าวถึงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐ ในเขตชานกรุงแบกแดด ระหว่างคืนวันอังคารถึงช่วงรุ่งสางของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น “ไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลแบกแดด” จึงถือเป็น “การละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิรักอย่างชัดเจน”


อย่างไรก็ตาม อวาดีประณามกองกำลังติดอาวุธที่มาอาศัยอิรักเป็นฐาน ในการโจมตีกำลังพลและสรรพาวุธของสหรัฐ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ สมควรได้รับการประณาม


ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) รายงานว่า เครื่องบินเอซี-130 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำลายเป้าหมายสองแห่ง ในเขตชานกรุงแบกแดด เพื่อตอบโต้ที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) และกลุ่มนักรบเครือข่าย ใช้เป็นฐานโจมตีกำลังพลและสรรพาวุธของสหรัฐ ทั้งในอิรักและซีเรีย


การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบสามสัปดาห์ ซึ่งกองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิรัก หลังก่อนหน้านั้น เน้นการโจมตีเป้าหมายในซีเรียมาตลอด


อนึ่ง ข้อมูลจากกองทัพสหรัฐระบุด้วยว่า นับตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา มีการโจมตีกำลังพลและสรรพาวุธของสหรัฐในซีเรียอย่างน้อย 34 ครั้ง และอีกอย่างน้อย 32 ครั้งในอิรัก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมกันมากกว่า 60 คน.

เครดิตภาพ : AFP