สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ว่า ออฟเจม ระบุในแถลงการณ์ว่า ค่าไฟฟ้าจะปรับขึ้นตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่จะถึงนี้ ตามราคาขายส่งพลังงานที่สูงขึ้น อันเป็นผลจากสงครามในยูเครน ซึ่งจำนวนเงินต่อปีที่ผู้จัดส่งสามารถเรียกเก็บจากการใช้ไฟฟ้าและก๊าซในครัวเรือนโดยเฉลี่ย จะเพิ่มขึ้นจาก 1,834 ปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 82,000 บาท) เป็น 1,928 ปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 86,000 บาท)

“นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับหลายคน และค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจะเป็นเรื่องที่น่ากังวล” นายโจนาธาน เบรียร์ลีย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของออฟเจม กล่าว

แม้อัตราเงินเฟ้อของดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ชะลอตัวอย่างมาก จนอยู่ที่ 4.6% เมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากการปรับลดราคาพลังงาน อย่างไรก็ตาม หลายครัวเรือนและธุรกิจต่าง ๆ ยังคงต้องจ่ายค่าไฟฟ้าที่สูง หลังรัฐบาลลอนดอนยกเลิกเงินสนับสนุนของปีที่แล้ว แม้อัตราเงินเฟ้อในราคาอาหาร ยังอยู่ในเลข 2 หลักก็ตาม

ด้านสำนักงานความรับผิดชอบด้านงบประมาณ (โอบีอาร์) เตือนว่า ชาวสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับมาตรฐานการครองชีพที่ลดลงเป็นประวัติการณ์ ในปี 2567-2568 พร้อมกับคาดการณ์ว่า รายได้ที่แท้จริงของครัวเรือนต่อบุคคล จะลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่มีการเริ่มบันทึกข้อมูลในช่วงทศวรรษที่ 1950 และคาดว่ามันจะไม่ฟื้นกลับสู่ระดับก่อนการระบาดใหญ่ จนกว่าจะถึงปี 2570-2571

ขณะที่ นายเจเรมี ฮันต์ รมว.คลังสหราชอาณาจักร ยอมรับว่า หลายครอบครัวยังประสบความยากลำบาก

“ประชาชนกำลังรู้สึกว่าตกอยู่ในภายใต้แรงกดดัน เพราะการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงราคาในการจับจ่ายใช้สอย และการเติมน้ำมันเต็มถัง” ฮันต์ กล่าว “เราจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป ในเส้นทางที่สามารถลดอัตราเงินเฟ้อได้”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES