สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล แสดงความยินดีกับตัวประกันชาวอิสราเอล 13 คน แบ่งเป็นผู้หญิงและคนชราหญิง 9 คน และเด็ก 4 คน ซึ่งได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่มฮามาส ตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงวันแรก จากทั้งหมด 4 วัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


ขณะเดียวกัน ผู้นำอิสราเอล ร่วมแสดงความยินกับแรงงานชาวไทย 10 คน หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง และแรงงานชาวฟิลิปปินส์อีกคนหนึ่ง ซึ่งได้รับการปล่อยตัวออกจากฉนวนกาซาในวันเดียวกัน


ทั้งนี้ ตัวประกันทุกคนที่ได้รับอิสรภาพ เดินทางออกจากภาคใต้ของฉนวนกาซา ผ่านอียิปต์ แล้วกลับเข้ามาในอิสราเอลอีกครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) เป็นผู้รับตัวประกันทั้งหมด


เมื่อตัวประกันทั้งหมดเดินทางกลับมาถึงอิสราเอล นักโทษชาวปาเลสไตน์ 39 คน เป็นผู้หญิงและเด็ก ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำของอิสราเอล ในเขตเวสต์แบงก์ และเขตตะวันออกของนครเยรูซาเลม และขบวนรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 200 คัน เดินทางผ่านด่านราฟาห์ ทางตอนเหนือของอียิปต์ เข้าสู่ภาคใต้ของฉนวนกาซา มากที่สุด นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.

หนึ่งในนักโทษหญิงชาวปาเลสไตน์ ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำของอิสราเอล ในเขตเวสต์แบงก์


ด้านกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ และเผยแพร่คลิปยืนยัน ช่วงเวลาการปล่อยตัวประกัน ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณจุดผ่านแดนราฟาห์ โดยนายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำสูงสุดฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส กล่าวก่อนการปล่อยตัวประกันทั้งหมด ว่ากลุ่มฮามาส “ยึดมั่นและปฏิบัติตามข้อตกลง”

อนึ่ง หนึ่งในเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 4 วัน ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส คือ การแลกเปลี่ยนตัวประกันในฉนวนกาซา กับนักโทษชาวปาเลสไตน์ต้องเกิดขึ้นทุก 24 ชั่วโมง และทั้งสองฝ่ายต้องส่งรายชื่อล่วงหน้า.

เครดิตภาพ : AFP