แผนกสำรวจและวิจัย “Economist Intelligence Unit” (EIU) ในเครือของบริษัท The Economist Group เผยผลจากการสำรวจในหัวข้อค่าครองชีพของแต่ละเมืองจากทั่วโลก และนำมาจัดอันดับเมืองที่ “แพง” และ “ถูก” ที่สุดในโลก
ผลปรากฏว่า สิงคโปร์, ซูริก (สวิตเซอร์แลนด์) และ นิวยอร์กซิตี (สหรัฐอเมริกา) คือ 3 อันดับแรกของเมืองที่ “แพง” ที่สุดในโลก ประจำปี ค.ศ. 2023 โดยสิงคโปร์นั้น ติดอันดับเมืองที่แพงที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง มาถึง 11 ครั้งแล้ว และในปีนี้ก็เป็นการครองตำแหน่งร่วมกันกับเมืองซูริก ซึ่งไต่จากอันดับ 6 ของปีที่แล้ว
การสำรวจของ EIU เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.-11 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเป็นการสำรวจจาก 173 เมืองทั่วโลก ด้วยการเปรียบเทียบราคามากกว่า 400 รายการของสินค้า และบริการกว่า 200 ประเภท
อันดับความ “แพง” ของสิงคโปร์นั้น มีสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายด้านของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เสื้อผ้าและค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งล้วนแต่มีมูลค่าสูง
ด้าน ซูริก นั้น ทะยานสู่ความแพงของเมืองด้วยราคาเชื้อเพลิง, ของกินของใช้และค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมสันทนาการที่แพงขึ้นมาก
ผลการสำรวจยังสะท้อนว่า แนวโน้มของเมืองต่าง ๆ ที่มีราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นนั้น เป็นผลมาจากภาวะเงินเฟ้อ
เมืองนิวยอร์กที่เคยครองอันดับ 1 ร่วมกับสิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว ตกลงมาอยู่อันดับที่ 3 ร่วมกับเมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีอีก 2 เมืองของสหรัฐที่ติดอันดับเมืองสุดแพงด้วย ซึ่งก็คือ ลอสแอนเจลิสและซานฟรานซิสโก
แม้อัตราเงินเฟ้อในเอเชียจะต่ำกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก แต่สิงคโปร์ก็ยังคงครองอันดับที่ 1 ของเมืองที่แพงที่สุดในโลก โดยมีเพื่อนร่วมภูมิภาคที่ติด 10 อันดับแรกคือ ฮ่องกง ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 5
ส่วนภูมิภาคยุโรปตะวันตก ก็มีหลายเมืองที่ “แพง” ติดอันดับ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและค่าของสกุลเงินที่แข็งขึ้น โดยมี ซูริกอยู่ในอันดับที่ 2, เจนีวาในอันดับที่ 4, ปารีสในอันดับที่ 7 และโคเปนเฮเกนในอันดับที่ 8
ด้านเมืองเทลอาวีฟที่ติดอันดับที่ 8 คู่กับโคเปนเฮเกน ในรายชื่อเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกนั้น เป็นผลที่เกิดจากการสำรวจก่อนจะมีสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเฉลยรายชื่อเมืองที่ “ถูก” ที่สุด หรือมีค่าครองชีพน้อยที่สุดด้วย ซึ่งมีเมืองดามัสกัสแห่งซีเรีย เป็นอันดับที่ 1 ตามด้วยกรุงเตหะรานของอิหร่านและตริโปลีของลิเบีย
สำหรับ 10 อันดับแรกของเมืองที่มีค่าครองสูงที่สุดในโลก ได้แก่
1. สิงคโปร์ และซูริก (สวิตเซอร์แลนด์) (คะแนนเท่ากัน)
3. นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) และเจนีวา (สวิตเซอร์แลนด์) (คะแนนเท่ากัน)
5. ฮ่องกง (จีน)
6. ลอสแอนเจลิส (สหรัฐอเมริกา)
7. ปารีส (ฝรั่งเศส)
8. โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) และเทลอาวีฟ (อิสราเอล) (คะแนนเท่ากัน)
10. ซานฟรานซิสโก (สหรัฐอเมริกา)
สำหรับ 10 อันดับแรกของเมืองที่มีค่าครองถูกที่สุดในโลก ได้แก่
1. ดามัสกัส (ซีเรีย)
2. เตหะราน (อิหร่าน)
3. ตริโปลี (ลีเบีย)
4. การาจี (ปากีสถาน)
5. ทาชเคนต์ (อุซเบกิสถาน)
6. ตูนิส (ตูนิเซีย)
7. ลูซากา (แซมเบีย)
8. อาห์มาดาบัด (อินเดีย)
9. ลากอส (ไนจีเรีย)
10. เจนไน (อินเดีย)
ที่มา : forbes.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



