สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงซานซัลวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า สภาคองเกรสเอลซัลวาดอร์ ซึ่งพรรครัฐบาลครองเสียงข้างมาก มีมติด้วยคะแนนเสียง 67-12 เสียง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อนุมัติการลากิจให้แก่ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล และนายเฟลิกซ์ อุลโลอา รองประธานาธิบดี ครอบคลุมระยะเวลา 6 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2566- 31 พ.ค. 2567 ซึ่งเป็นวันครบวาระการดำรงตำแหน่งของทั้งคู่
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งให้นางคลอเดีย ฆัวนา โรดริเกซ หัวหน้าคณะเลขาธิการประธานาธิบดี ปฏิบัติหน้าที่รักษาการในตำแหน่งผู้นำเอลซัลวาดอร์
ทั้งนี้ บูเคเล วัย 42 ปี ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมัยแรก เมื่อเดือน มิ.ย. 2562 ประกาศเมื่อปีที่แล้ว ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำเอลซัลวาดอร์ให้ได้เป็นสมัยที่สอง หลังศาลฎีกาคำพิพากษา อนุญาตให้บูเคเลลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกครั้ง “โดยต้องออกจากตำแหน่งนานไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนถึงวันเลือกตั้ง” คือวันที่ 4 ก.พ. 2567 และทุกฝ่ายเชื่อว่า บูเคเลจะคว้าชัยชนะได้อย่างไม่ยากเย็น
ทั้งนี้ บูเคเลยังคงได้ใจประชาชนในประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ จากการใช้มาตรการจริงจังตามกฎหมาย ปราบปรามแก๊งอาชญากรรมในเอลซัลวาดอร์ แม้ในเวลาเดียวกัน บรรดานักสิทธิมนุษยชนพากันประณาม การที่รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ให้อำนาจแก่ตำรวจและทหาร “มากเกินไป” จนกลายเป็นการ “จับกุมนอกกฎหมาย”
อย่างไรก็ตาม มติของศาลสูงสุดก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของเอลซัลวาดอร์ยังคงระบุชัดเจน ว่าประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้เพียงสมัยเดียว นานสูงสุดเป็นเวลา 6 ปี
นอกจากนี้ การที่เอลซัลวาดอร์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนมากขึ้น เป็นที่จับตาของหลายประเทศในภูมิภาคแห่งนี้ โดยเฉพาะสหรัฐ หนึ่งในนั้น คือโครงการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งชาติใหม่ ในเขตชานกรุงซานซัลวาดอร์ ใช้งบประมาณราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,524.20 ล้านบาท) และส่วนใหญ่มาจากจีน.
เครดิตภาพ : AFP



