สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ว่า กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ ว่าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายมากกว่า 200 แห่งในฉนวนกาซา รวมถึงเมืองข่าน ยูนิส และเมืองราฟาห์ ที่อยู่ทางตอนใต้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐาน และสถานที่ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาส


ด้านกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 178 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า จำเป็นต้องปฏิบัติการโจมตีรอบนี้ เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮามาสเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน ส่งผลให้ความพยายามพักรบมีอันต้องสิ้นสุด เมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังสงบศึกกันได้ต่อเนื่อง 7 วัน


ทั้งนี้ อิสราเอลและกลุ่มฮามาสเห็นชอบหยุดยิง เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยเป็นการพักรบครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ตลอดระยะเวลาของการหยุดยิง ที่มีการต่อเวลาสองครั้ง จนครบ 7 วัน กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลแล้ว 80 คน โดยมีหลายคนถือสัญชาติอื่นร่วมด้วย ชาวไทย 23 คน และชาวฟิลิปปินส์ 1 คน ส่วนอิสราเอลปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์แล้ว 240 คน


นอกจากนี้ อิสราเอลยังเปิดทางให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ผ่านด่านราฟาห์จากภาคเหนือของอียิปต์ เข้าสู่ภาคใต้ของฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า “ยังไม่เพียงพอ” เนื่องจากสถานการณ์ทางมนุษยธรรมในพื้นที่ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ

ประชาชนสัญจรท่ามกลางซากปรักหักพัง ของเมืองข่าน ยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา


อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ออกแถลงการณ์ ประณาม “การทำร้ายพลเรือนผู้บริสุทธิ์” และยืนยันว่า ความพยายามเจรจายุติสงครามครั้งนี้ ที่เปิดฉากเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ยังคงดำเนินต่อไป เพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่ยังเหลืออีก 136 คน ตามการเปิดเผยของอิสราเอล


ส่วนนายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ กล่าวว่า ฉนวนกาซา “ต้องเป็นดินแดนของชาวปาเลสไตน์” และรัฐบาลวอชิงตันไม่เห็นด้วย กับการดำเนินการทุกรูปแบบ ที่จะนำไปสู่ “การลดอาณาเขต” ของฉนวนกาซา หลังมีรายงาน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวกับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ว่าอิสราเอลมีแผนตั้ง “เขตกันชนเพื่อความปลอดภัย” ในบริเวณ “พื้นที่ชั้นใน” ของฉนวนกาซา.

เครดิตภาพ : AFP