จากกรณี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ในส่วนของการตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่นายกฯ ได้บอกแล้วจะให้เป็นประธานคณะกรรมการฯ โดยให้มาศึกษาความเป็นไปได้ ข้อดีข้อเสียทั้งหมด ในฐานะที่ตนดูในเรื่องของเศรษฐกิจ จึงให้ตนดูในภาพรวมทั้งหมด ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์” อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความดึงสติ 5 ข้อ คิดให้ดีรอบด้านก่อนสร้างแลนด์บริดจ์ลงเฟซบุ๊ก “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์”

โดย พลโท นันทเดช ระบุข้อความว่า “แลนด์บริดจ์คิดให้ดี การผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งใช้เงินลงทุนประมาณ หนึ่งล้านล้านบาท โดยจะพัฒนาจากการเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า ที่มุ่งไปสู่การเป็นระเบียงเศรษฐกิจของภาคใต้ ควบคู่ไปกับการสร้างเมืองใหม่นั้นเป็นแนวคิดที่ดี แต่โครงการดังกล่าว ในการลงมือทำจริง ควรต้องคำนึงถึงองค์ประกอบต่างๆ รวมทั้งเหตุผลให้ละเอียดกว่าโครงการอื่นๆ มากหน่อย เพราะจะไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิรัฐศาสตร์ให้เอื้อต่อการเกิดสถานการณ์ 5 อย่างขึ้น ได้ในอนาคต”

นอกจากนี้ “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์” ได้ดึงสติ 5 ข้อ คิดให้ดีรอบด้านก่อนสร้างแลนด์บริดจ์ ดังนี้
1.อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ขึ้นในกลุ่มอาเซียน แม้จะมีประเทศมหาอำนาจเข้ามาสนับสนุนซึ่งน่าจะเป็นจีน แต่ก็จะทำให้เกิดเหตุบานปลาย ว่าประเทศไทยจะขาดความเป็นกลางไป จะเกิดการรวมตัวของประชาชนต่อต้านโครงการขึ้นเป็นระยะๆ จากเบาไปสู่ความรุนแรง
2.เทคโนโลยีทั้งหมดล้วนต้องพึ่งพาต่างชาติ
3.ระบบนิเวศทั้ง 2 ฟากฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน จะถูกกระทบรุนแรงและถาวร
4.ในภาวะที่เกิดทางเชื่อม และท่าจอดเรือระหว่างชายทะเลฝั่งอันดามันและอ่าวไทยนั้น ผลกระทบทางด้านความมั่นคงจะเกิดขึ้นทันที ซึ่งจะเกินประสิทธิภาพของกองทัพไทยที่จะคุ้มครองเส้นทางเรือ และการใช้สมุทรานุภาพของไทย ที่จะทำให้ประเทศอื่นๆ เกรงใจ ไม่เข้ามาแทรกแซงนั้น จะทำได้ลำบากมาก ถ้าทำได้จะเกิดเงื่อนไขใหม่ขึ้นตลอดเวลา จากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งจะทำให้การลงทุนไม่สามารถคืนทุนได้ จนอาจกลายเป็นฐานทัพสำรองของชาติมหาอำนาจได้ ในทุกฉากทัศน์ของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน
5.ใครจะมาเป็นผู้บริหารโครงการ ต้องมีความรอบรู้ทุกด้าน รวมถึงความต้องการกำลังทหาร-ตำรวจอย่างน้อย 2 กองพัน เป็นลูกมือขับเคลื่อนอำนาจรัฐ อำนวยความสะดวก และคุ้มครองการผ่านทาง เนื่องจากเป็นการเคลื่อนย้ายสินค้าทางบก ไม่ใช่การแล่นเรือผ่านทางน้ำ แบบช่องแคบทั่วไป

อย่างไรก็ตาม “นี่ยังไม่พูดถึงการทุจริต ที่จะเกิดขึ้นเบี้ยบ้ายรายทางอย่างแน่นอนโดยไม่มีใครสามารถป้องกันได้ เพราะเป็นโครงการที่ต้องประมูลก่อสร้างทั้งหมด จุดอ่อนลึกลงไปในรายละเอียดสำหรับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น มีมากกว่าที่กล่าวมาข้างต้น เริ่มตั้งแต่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไปถึงด้านความมั่นคง ลองคิดดูกันเองเถอะครับ แต่ถ้าไทยเป็นประเทศมหาอำนาจละก็ ทำไปได้เลย”

ขอบคุณข้อมูล : พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์