นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า หลังลงพื้นที่ ครม.สัญจร ที่ จ.หนองบัวลำภู และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) เพื่อฟังปัญหาและอุปสรรคของชุมชนในด้านการทำการเกษตร ได้สั่งการหน่วยงานในสังกัดให้เร่งดำเนินการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับเกษตรกรรมและคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ทำ โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) เพื่อยกระดับชุมชน ด้วยเทคโนโลยีโดรนในการทำการเกษตรผ่านการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบิน และการซ่อมบำรุงโดรนแก่กลุ่มเกษตรกรและชุมชนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
“ภายใน 1 ปีของการดำเนินโครงการจะเกิดศูนย์บริการฯ ทั่วประเทศ จำนวน 50 ศูนย์ ผลักดันให้ชุมชนเกิดการประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตรจำนวน 500 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ทางการเกษตร 4 ล้านไร่ ลดต้นทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ผลักดันให้เกิดนักบินโดรนเพื่อการเกษตรที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง อีกทั้งส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านธุรกิจแบบดั้งเดิมไปสู่ศูนย์บริการซ่อมบำรุง ฉีดพ่น จัดจำหน่ายโดรนการเกษตรที่ได้รับการรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย หรือ เมด อิน ไทยแลนด์ จาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และมาตรฐาน ดีชัวร์ จาก ดีป้า”

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า จะมีนำการใช้เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊ก ดาต้า) เพื่อการจัดการเพาะปลูก ให้ชุมชนหรือเกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำเกษตรกรรม ลดความผิดพลาด และเป็นการต่อยอดข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ให้ออกมาเป็นแนวทาง หรือวิธีการต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและลดการสูญเสียของผลิตผลได้
นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้บริการระบบและอุปกรณ์อัจฉริยะที่พัฒนาโดยดิจิทัลสตาร์ทอัพของไทย เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการพยากรณ์อากาศและตรวจวัดคุณภาพดิน เพื่อวางแผนการเพาะปลูก แก้ปัญหาพืชผลล้นตลาด ราคาตกต่ำ รวมถึงการส่งเสริม ไอโอที สมาร์ต ฟาร์ม ตั้งแต่การจัดการโรงเรือน การรดน้ำ การเก็บเกี่ยว รวมถึงการขนส่ง พร้อมกันนี้ยังเป็นการแก้ไขปัญหาแรงงาน ลดต้นทุนและประหยัดเวลา
ด้าน นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า การส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนในชนบทสามารถเข้าถึงและเลือกประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองในรูปแบบรัฐร่วมลงทุน ชุมชนร่วมสมทบ (Matching Fund) เพื่อนำไปสู่การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาขีดความสามารถกระบวนการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เติบโตได้อย่างยั่งยืน
สำหรับโครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรครบวงจรบ้านดงนาคำ คือ โครงการที่ได้รับการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจาก ดีป้า ผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท โดยชุมชนได้นำเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรมาประยุกต์ใช้บริหารจัดการกระบวนการผลิตข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ลดต้นทุน ประหยัดเวลา สามารถฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ และเกิดการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ พยากรณ์ และต่อยอดในมิติต่าง ๆ นอกจากนี้ สมาชิกของวิสาหกิจชุมชนยังได้รับถ่ายทอดทักษะความรู้ และสอบใบอนุญาตบินโดรนอย่างถูกต้อง
หลังจากนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ วิสาหกิจชุมชนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% หรือ 216,000 บาท/ปี สามารถลดต้นทุนการผลิต อาทิ ค่าแรง ค่าปุ๋ย และสารชีวภัณฑ์ 20% หรือ 115,200 บาท/ปี ขณะที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชปลอดภัยบ้านเทวี และกลุ่มเกษตรปลอดภัยบ้านไร่ชมภู มีการนำเทคโนโลยี IoT: Smart Farm พร้อมโรงเรือนมาใช้ปลูกพืชปลอดสาร โดยเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยโดยอัตโนมัติ ทำให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชปลอดภัยบ้านเทวีมีรายได้จากการจำหน่ายผักปลอดสารเพิ่มขึ้น 30% หรือ 86,400 บาท/ปี ต้นทุนลดลง 20% หรือ 31,800 บาท/ปี
ส่วนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรปลอดภัยบ้านไร่ชมภู มีรายได้จากการจำหน่ายผักปลอดสารเพิ่มขึ้น 30% หรือ 43,200 บาท/ปี ต้นทุนลดลง 30% หรือ 6,000 บาท/ปี โดยการดำเนินงานดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพแก่ภาคเกษตรกรรมไทย และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการค้าขายของชุมชนอีกทางหนึ่ง



