สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ว่า มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส หนึ่งในบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลกจากสหรัฐ ประกาศลดคาดการณ์ความน่าเชื่อถือของพันธบัตรจีน จาก “มีเสถียรภาพ” สู่ “ติดลบ” เนื่องจากภาระหนี้สินที่พอกพูนเพิ่มขึ้น ของประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ท่ามกลางความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่อ่อนแอ วิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงอยู่ และอัตราการว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาว
Moody's cut its outlook for China's credit rating, as mounting local government debt woes pose growing risk https://t.co/ooDHIgd5Dc https://t.co/ooDHIgd5Dc
— The Wall Street Journal (@WSJ) December 5, 2023
นอกจากนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังคงซบเซา ส่งผลต่ออุปสงค์จากภายนอก ที่มีต่อสินค้าของจีนด้วย โดยมูดีส์วิเคราะห์ว่า รัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่งจำเป็นต้องยกระดับ หรือเพิ่มความเข้มข้นให้กับมาตรการทางการคลัง เพื่อสนับสนุนและรักษาสภาพคล่อง ให้กับภาครัฐวิสาหกิจและหน่วยงานรัฐท้องถิ่นอีกหลายแห่ง ยิ่งบ่งชี้ “ความเสี่ยงขาลงทางเศรษฐกิจ”
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการถาวรของสภาประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) มีมติเห็นชอบ การออกพันธบัตรมูลค่า 1 ล้านล้านหยวน (ราว 5 ล้านล้านบาท) และอนุมัติร่างกฎหมายกำหนดโควตาให้รัฐบาลท้องถิ่น สามารถออกพันธบัตรในปีงบประมาณ 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าว จะทำให้ตัวเลขขาดดุลงบประมาณของจีน ในปี 2566 เพิ่มจากเป้าหมายเดิม 3% เป็น 3.8% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี).
เครดิตภาพ : AFP



