สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ว่า คิชิดะ กล่าวกับผู้สื่อข่าว ภายหลังการหารือกับคณะบริหารในพรรคแอลดีพี ว่า เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวเป็นปัญหาใหญ่และมีความสำคัญมาก ซึ่งรัฐบาลต้องทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขมัน

ทั้งนี้ สมาชิกบางคนของพรรคแอลดีพี เผชิญกับการตรวจสอบอย่างละเอียดของสื่อภายในประเทศ และคำถามมากมายจากสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายค้าน ที่ตั้งข้อสงสัยว่า พรรคแอลดีพีละเมิดกฎหมายโดยไม่เปิดเงินทุนทั้งหมดที่ระดมได้จากการขายตั๋วงานปาร์ตี้หรือไม่

ด้านนายโทชิมิตสึ โมเตงิ ผู้นำหมายเลข 2 ของพรรคแอลดีพี กล่าวว่า กลุ่มต่าง ๆ ในพรรค จะงดจัดงานเลี้ยง และกิจกรรมอื่น ๆ ในช่วงสิ้นปี และช่วงปีใหม่ เนื่องจากการปรับปรุงความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่หลายกลุ่มในพรรคแอลดีพี คาดหวังว่า สมาชิกแต่ละคน จะขายตั๋วเข้าร่วมกิจกรรมระดมทุนตามจำนวนที่กำหนด และรายได้จากตั๋วที่ขายเกินเป้าหมาย จะถูกส่งคืนให้กับสมาชิกสภานิติบัญญัติแต่ละคน

อนึ่ง พรรคแอลดีพีไม่น่าจะสูญเสียอำนาจ และญี่ปุ่นยังไม่จำเป็นต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไป จนกว่าจะถึงปี 2568 อย่างไรก็ตาม มันอาจมีการเลือกผู้นำพรรคคนใหม่แทนคิชิดะ เพราะเขาจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแอลดีพี ในเดือน ก.ย. 2567

กระนั้น หากพรรคแอลดีพี ไม่สามารถจัดการเรื่องอื้อฉาว และคำกล่าวหาของฝ่ายค้านอย่างเด็ดขาด มันอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนความนิยมของคิชิดะ และการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ในปีหน้าได้

แม้จำนวนเงินคืนทุนจะค่อนข้างน้อย แต่ความสงสัยที่ว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคนกำลังสะสมเงินทุนทางการเมือง มีแนวโน้มที่จะทำให้สาธารณชนรู้สึกแย่กว่าเดิม

“ไม่ว่าคุณจะมองอย่างไร มันก็ไม่ดี” นายมาซาคาซุ โทคุระ หัวหน้าของ “เคดันเรน” ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ธุรกิจขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น กล่าวถึงเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวว่า กลุ่มการเมืองทั้งหมด ควรตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเหมาะสม.

เครดิตภาพ : AFP