เริ่มต้นกันแล้ว ! สำหรับกองทุนน้องใหม่ป้ายแดง กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ThaiESG หรือ TESG ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) แต่ละแห่งเริ่มนำเสนอขายแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.2566 เป็นต้นไป ทำให้ผู้ที่ซื้อหรือลงทุนในปี 2566 จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีในปี 2566 ในทันที โดยนำไปยื่นภาษีช่วงต้นปี 2567
เปรียบเทียบ 3 กองทุนรวมลดหย่อนภาษี แตกต่างกันอย่างไร เงื่อนไข รายละเอียดสิทธิลดหย่อนเป็นอย่างไร?
ThaiESG : TESG (Thailand ESG Fund) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว ผ่านการลงทุนในธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
- นโยบายการลงทุน : ลงทุนในสินทรัพย์ในประเทศหุ้นหรือตราสารหนี้กลุ่ม ESG
- ลดหย่อนสูงสุด : ไม่เกิน 30% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 100,000 บาท
- เงินลงทุน : ไม่มีขั้นต่ำและไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (ซื้อปีไหนได้สิทธิลดหย่อนปีนั้น)
- ระยะเวลาถือครอง : 8 ปีนับจากวันที่ซื้อ
- ปีที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี : ใช้สิทธิได้ในปีที่ลงทุน เริ่มปี 2566-2575
- เหมาะกับใคร : เป้าหมายลงทุนระยะยาว เห็นโอกาสความยั่งยืน และต้องการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม
SSF (Super Saving Fund) กองทุนรวมเพื่อการออม เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว
- นโยบายการลงทุน : ลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท
- ลดหย่อนภาษีสูงสุด : ไม่เกิน 30% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 200,000 บาท
- เงินลงทุน : ไม่มีขั้นต่ำ และไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (ซื้อปีไหนได้สิทธิลดหย่อนปีนั้น)
- ระยะเวลาถือครอง : 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ
- ปีที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี : ใช้สิทธิได้ในปีที่ลงทุน เริ่มปี 2563-2567
- เหมาะกับใคร : เป้าหมายลงทุนระยะยาว 10 ปีขึ้นไป และต้องการลดหย่อนภาษี
RMF (Retirement Mutual Fund) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เพื่อส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณ
- นโยบายการลงทุน : ลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท
- ลดหย่อนภาษีสูงสุด : ไม่เกิน 30% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินลงทุน : ไม่มีขั้นต่ำ แต่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี สามารถเว้นได้ไม่เกิน 1 ปี (ซื้อปีเว้นปีได้)
- ระยะเวลาถือครอง : 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ และไถ่ถอนต้องอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
- ปีที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี : ใช้สิทธิได้ในปีที่ลงทุน
- เหมาะกับใคร : เป้าหมายวางแผนเกษียณ และต้องการลดหย่อนภาษี
หมายเหตุ : กลุ่มการลงทุนและประกัน ได้แก่ SSF , RMF , กบข. , กอช. , เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน รวมกันสามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับ TESG อีกไม่เกิน 100,000 บาท รวมแล้วมีสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 600,000 บาทต่อราย
ยื่นภาษี 2 ช่องทาง ดังนี้
1.ยื่นภาษีแบบเอกสารกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาใกล้บ้าน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567-วันที่ 31 มีนาคม 2567
2.ยื่นภาษีออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรที่ www.rd.go.th ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567-วันที่ 8 เมษายน 2567
(อ่านต่อ : สรุปรายการลดหย่อนภาษีประจำปี 2566 – ต้องยื่นภาษีเมื่อไหร่?… สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/2899552/)
(ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย , กรมสรรพากร , Finnomena Funds ณ 8 ธ.ค.66)



