“อนาคตของพวกเราอยู่ที่ไหน ถ้าพวกเขาห้ามขายเสื้อผ้ามือสอง” นาคิมูลี วัย 62 ปี กล่าวขณะค้นกองชุดชั้นใน, ชุดเดรส, รองเท้า และกระเป๋าของเธอ ขณะที่นายโจเซฟ บาริมูกายา เจ้าของร้านแผงลอยที่ขายเสื้อผ้าบุรุษ ระบุเสริมว่า การค้าสินค้ามือสองไม่ควรถูกเปลี่ยนแปลง เพราะทุกคนได้รับผลประโยชน์ แม้แต่รัฐบาลก็ได้รับภาษีด้วย

ตามข้อมูลของเทศบาลกรุงกัมปาลา ตลาดโอวิโน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2514 มีพนักงานราว 80,000 คน โดยเป็นผู้หญิงมากถึง 70% ซึ่งในทุกวัน ลูกค้าหลายร้อยคนจะเบียดเสียดกันในตรอกแคบ ๆ เพื่อซื้อสินค้าลดราคา

แม้จะไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่สมาคมผู้ค้าเสื้อผ้าและรองเท้าใช้แล้วของยูกันดา ประมาณการว่า ประชาชนราว 16 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของชาวยูกันดาทั้งหมด สวมใส่เสื้อผ้ามือสอง

“ทุกคนชอบเสื้อผ้ามือสอง มีเพียงไม่กี่คนในยูกันดาที่สามารถซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้” นายอัลลัน ซาวูกา ผู้จัดการฝ่ายค้าปลีกของบริษัท “ธิงค์ ทไวซ์” ซึ่งมีพนักงาน 30 คนใน 3 สาขาทั่วประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การห้ามขายเสื้อผ้ามือสองในยูกันดา กำลังสร้างความเสียหายต่อประชากรและประเทศโดยส่วนใหญ่ เนื่องจากต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมในการผลิตเสื้อผ้าใหม่ สูงกว่าการนำกลับมาใช้ซ้ำ

ทั้งนี้ งานศึกษาปี 2560 ของหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอด) ระบุว่า แอฟริกาตะวันออกนำเข้าเสื้อผ้าที่ใช้แล้วประมาณ 1 ใน 8 ของโลก, สร้างงานราว 355,000 ตำแหน่ง และมีรายได้รวมประมาณ 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 8,100 ล้านบาท) แต่ภาคส่วนนี้กลับเป็นปัญหาที่มีมายาวนานสำหรับรัฐบาลของหลายประเทศในแอฟริกา ซึ่งกล่าวว่า การใช้เสื้อผ้ามือสอง เป็นอันตรายต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอภายในประเทศ

“เสื้อผ้าเหล่านี้มาจากคนตายในต่างประเทศ เมื่อคนขาวเสียชีวิต เสื้อผ้าของพวกเขาจะถูกส่งมายังแอฟริกา” ประธานาธิบดีโยเวรี มูเซเวนี ผู้นำยูกันดา กล่าวเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว “ผมขอประกาศสงครามกับเสื้อผ้ามือสอง เพื่อส่งเสริมการสวมใส่ของชาวแอฟริกัน”

ด้านนายเดวิด บาฮาตี รมว.การค้ายูกันดา กล่าวในการสัมภาษณ์ว่า มันเป็นคำถามเกี่ยวกับ “ศักดิ์ศรี” ซึ่งรัฐบาลต้องการนำเสื้อผ้าใหม่มาแทนเสื้อผ้ามือสองเหล่านี้ แม้ว่ามันไม่สามารถทำเสร็จในวันเดียว แต่มันสามารถดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้

นอกจากนี้ รัฐบาลยูกันดากำลังตรวจสอบปัญหาดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีการบังคับใช้คำสั่งห้ามในเดือน ม.ค. ที่จะถึงนี้ พร้อมกับเสนอสิ่งจูงใจต่าง ๆ ให้กับนักลงทุน เช่น การยกเว้นภาษี เพื่อทำให้มั่นใจว่า การแปรรูปฝ้ายเป็นเสื้อผ้าใหม่ของประเทศ สามารถครอบคลุมความต้องการของตลาดได้

แต่สำหรับตลาดโอวิโน ภูมิรัฐ ศาสตร์เป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความคิดของกลุ่มผู้ซื้อและผู้ขาย

“รัฐบาลปรึกษาใครก่อนที่จะตัดสินใจแบนสินค้ามือสอง” นางแฮร์เรียต มูโซเก คิอัมบัดเด เจ้าของร้านสินค้ามือสอง กล่าวด้วยความขุ่นเคือง “การแบนธุรกิจนี้จะทำให้ฉันยากจนข้นแค้น”.