สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ว่าสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) เผยแพร่รายงานว่า ผลผลิตฝิ่นของเมียนมาอยู่ที่ประมาณ 1,080 ตันในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากสถิติเมื่อปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ประมาณ 790 ตัน กลายเป็นประเทศผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่ที่สุดของโลกประจำปี 2566


ด้านมูลค่าของตลาดฝิ่นในเมียนมาอยู่ที่ระหว่าง 1,000-2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35,641-85,538.40 ล้านบาท) เมื่อปี 2565 มีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 1.7-4.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

https://twitter.com/UNODC_SEAP/status/1734439738348863893


ทั้งนี้ พื้นที่ปลูกฝิ่นส่วนใหญ่ของเมียนมาอยู่ในรัฐฉาน ทางตอนเหนือของประเทศและมีพรมแดนติดกับจีน และพื้นที่แห่งนี้กำลังเป็นสมรภูมิการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชาติพันธุ์ ปัจจุบัน รัฐฉานมีพื้นที่ปลูกฝิ่นครอบคลุมประมาณ 41,300 เฮกตาร์ คิดเป็นประมาณ 88% ของพื้นที่ปลูกฝิ่นทั้งหมดในเมียนมา โดยเมื่อจำแนกอย่างละเอียด พบว่า ภูมิภาคทางตะวันออกของรัฐฉานปลูกฝิ่นได้มากที่สุด เพิ่มขึ้นจาก 19.8 กิโลกรัม ต่อ 1 เฮกตาร์ เมื่อปี 2565 เป็น 29.4 กิโลกรัม ต่อ 1 เฮกตาร์ ในปีนี้


ขณะที่อัฟกานิสถานซึ่งครองอันดับ 1 ประเทศผู้ปลูกฝิ่นรายใหญ่ที่สุดของโลกมานานหลายปี มีผลผลิตฝิ่นอยู่ที่ราว 330 ตันในปีนี้ ลดลงประมาณ 95% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากการที่กลุ่มตาลีบันห้ามการปลูกฝิ่น ตั้งแต่เดือนเม.ย. 2565


อนึ่ง ฝิ่นครองสัดส่วนผลผลิตทางการเกษตรของอัฟกานิสถานมากถึง 1 ใน 3 เมื่อปีที่แล้ว แต่เมื่อรัฐบาลตาลีบันประกาศมาตรการกวาดล้าง พื้นที่ปลูกฝิ่นในประเทศลดลงจาก 233,000 เฮกตาร์ เมื่อปลายปี 2565 ลงมาอยู่ที่ 10,800 เฮกตาร์ ในปีนี้.

เครดิตภาพ : AFP