รายงานข่าวจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) แจ้งว่า ในวันที่ 20 ธ.ค. 66 เวลา 09.00 น. ที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายประมิต เมฆฉาย ประธาน สร.ขสมก. พร้อมคณะกรรมการบริหาร สร.ขสมก. ประมาณ 50 คน จะไปยื่นหนังสือถึงนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เรื่องขอให้คืนเส้นทางสัมปทานเดินรถให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมขอคำตอบภายใน 15 วัน หากไม่มีความคืบหน้าจะเตรียมเคลื่อนไหวต่อไป จากนั้นในวันเดียวกัน เวลา 13.00 น. จะไปยื่นหนังสือถึงนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม ที่อาคารรัฐสภา ในเรื่องเดียวกันเช่นกัน

ทั้งนี้ จากผลการประชุมคณะกรรมการบริหาร สร.ขสมก. เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 66 มีมติเห็นชอบให้ สร.ขสมก. ยื่นหนังสือถึงอธิบดี ขบ. ตามคำสั่งนายทะเบียนให้ ขสมก. นำรถโดยสาร (รถเมล์) ประจำทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่องรับ-ส่งผู้โดยสารในเส้นทางสาย 3-21 มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา-มหาวิทยาลัยรามคำแหง และในเส้นทางสาย 4-70E มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน) เป็นการชั่วคราว ตามโครงการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ หลังจากที่เอกชนผู้ได้รับใบอนุญาตทั้ง 2 เส้นทางดังกล่าว หยุดให้บริการไป ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้บริการเดือดร้อนจากการเดินทางนั้น สร.ขสมก. จึงมีแนวทางดำเนินการดังนี้

1.รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2559 โดยให้ ขบ. กำกับดูแลเส้นทางสัมปทานเดินรถในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล แต่ไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลให้เกิดประโยชน์กับประชาชนผู้ใช้บริการได้ ทำให้ปัญหาเกิดขึ้นระหว่าง ขบ. และผู้ประกอบการบริษัทเอกชนที่ประมูลเส้นทางเดินรถได้ในแต่ละเส้นทาง ซึ่งไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลให้การเดินรถเป็นไปตามข้อตกลง เงื่อนไขสัญญา และปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ระหว่างบริษัทเดินรถเอกชนกับ ขบ.

2.เมื่อนำรถเมล์เข้าวิ่งในเส้นทางที่เอกชนประมูลได้ แต่ก็ไม่สามารถบริหารจัดการเดินรถให้บริการประชาชนได้ และยกเลิกหรือหยุดวิ่งในสายเดินรถนั้น ๆ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในการเดินทาง ขบ. ได้มีหนังสือถึง ขสมก. ให้ดำเนินการจัดรถเมล์ไปวิ่งให้บริการประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการสายการเดินรถที่ยกเลิกหรือหยุดวิ่ง
3.เมื่อบริษัทเอกชนประมูลเส้นทางได้แล้ว แต่ไม่สามารถนำรถเมล์มาบรรจุเดินรถในเส้นทางได้ภายใน 180 วัน ขบ. จะบอกเลิกสัญญา และให้ ขสมก. เดินรถเมล์ให้บริการในเส้นทางนั้นแทนเป็นการชั่วคราว ขณะเดียวกันเมื่อบริษัทเอกชนนำรถเมล์ให้บริการในเส้นทางที่ ขบ. อนุมัติให้เดินรถ หากยกเลิกหรือยุติการให้บริการในเส้นทางดังกล่าวให้ ขบ. มีบทลงโทษกับบริษัทเอกชน และไม่ให้เข้ารับการประมูลในเส้นทางอื่นๆ อีกต่อไป

และ 4.การเปิดประมูลเส้นทางเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้ ขบ. ยกเว้นให้ ขสมก. ในฐานะหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในการสนองตอบนโยบายของรัฐบาลโดยให้เข้าร่วมประมูลเส้นทางเดินรถได้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
สร.ขสมก. เห็นว่าเส้นทางเดินรถเมล์ที่ประมูลไปแล้วเมื่อปี 2563 แต่บริษัทเอกชนไม่สามารถนำรถเมล์มาให้บริการประชาชนได้ในระยะเวลา 180 วัน ตามเงื่อนไขและกฎหมายกำหนด ขณะเดียวกันเมื่อนำรถเมล์ออกวิ่งให้บริการตามเส้นทางที่ ขบ. อนุมัติเส้นทาง แต่ไม่สามารถเดินรถเมล์ได้ หยุดวิ่งหรือยุติการให้บริการให้ ขบ. ลงโทษบริษัทเอกชนดังกล่าว และคืนเส้นทางสัมปทานเดินรถที่เกิดปัญหาในด้านบริการ คืนเส้นทางสัมปทานทั้งหมดกลับคืนให้ ขสมก. เป็นผู้กำกับดูแล และให้เดินรถบริการประชาชนในฐานะหน่วยงานของรัฐ ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง



