สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่า ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจดังกล่าว จะทำให้เคนยาสามารถเข้าถึงอียู และตลาดส่งออกขนาดใหญ่ที่สุดของกลุ่ม โดยปลอดภาษีและโควตา ขณะที่สินค้าของยุโรป จะได้รับการลดภาษีอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ข้อตกลงข้างต้นถือเป็นการตกลงทางการค้าในวงกว้างครั้งแรก ระหว่างอียู กับเคนยา นับตั้งแต่ปี 2559 และเกิดขึ้นหลังจากจีน ทุ่มเงินมหาศาลในโครงการโครงสร้างพื้นฐานทั่วทวีปแอฟริกา

“วันนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของคำมั่นสัญญาที่ยิ่งใหญ่ และเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นหุ้นส่วนครั้งประวัติศาสตร์ สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์” ประธานาธิบดีวิลเลียม รูโต ผู้นำเคนยา กล่าวในพิธีลงนาม “แก่นแท้ของข้อตกลงนี้ คือ การนำเงินจริงเข้ากระเป๋าของคนทั่วไป”

ขณะที่ นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวว่า ความเป็นหุ้นส่วนดังกล่าว เป็น “สถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย” พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก เข้าร่วมความตกลงนี้

“พวกเรากำลังกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า และสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ” ฟอน แดร์ เลเยน กล่าวเพิ่มเติม “เรากำลังเปิดบทใหม่ในความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งของพวกเรา และในตอนนี้ ความพยายามของเราควรมุ่งเน้นการนำไปปฏิบัติ”

นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (ซ้าย) จับมือกับประธานาธิบดีวิลเลียม รูโต ผู้นำเคนยา (ขวา) หลังการลงนามในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ที่อาคารรัฐสภาเคนยา ในกรุงไนโรบี

ด้านอียู ระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงการค้ากับเคนยา คือ ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ทะเยอทะยานที่สุด เท่ากับอียูมีกับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงความมุ่งมั่น ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านต่าง ๆ เช่น สิทธิแรงงาน และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

ตามข้อมูลของอียู และรัฐบาลไนโรบี อียูคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของการส่งออกโดยรวมของเคนยา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ รวมถึงชาและกาแฟอันโด่งดังของประเทศ อีกทั้งการค้าแบบสองทางโดยรวมระหว่างตลาดของอียู กับเคนยา มีมูลค่าสูงถึง 3,300 ล้านยูโร (ราว 126,000 ล้านบาท) ในปี 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้น 27% นับตั้งแต่ปี 2561.

เครดิตภาพ : AFP