แบร์นด์ ไรช์ฮาร์ต ประธานบริหารของ A22 องค์กรที่อยู่เบื้องหลังซูเปอร์ลีก วอนแฟนบอลขอให้เปิดใจรับการแข่งขันรูปแบบใหม่ ซึ่งแตกต่างจากระบบเดิม จนทำให้เกิดกระแสคัดค้านอย่างหนักเมื่อปี 2021
ย้อนไป 2 ปีก่อน 12 ทีมประกาศร่วมซูเปอร์ลีก (ESL) ที่แยกตัวออกมาเพื่อแข่งกับยูฟ่า แต่ก็ต่างถอนตัวไปเหลือแค่ รีล มาดริด และ บาร์เซโลนา หลังเจอกระแสคัดค้านหนัก แต่ล่าสุดศาลยุติธรรมแห่งยุโรป ตัดสินว่าการห้ามสโมสรต่างๆ ไม่ให้เข้าร่วมซูเปอร์ลีกนั้นผิดกฎหมายผูกขาด
จากนั้นราวครึ่งชั่วโมงหลังมีคำตัดสิน แผนซูเปอร์ลีกใหม่จึงถูกเปิดเผยออกมาทันที โดยเป็นระบบลีก 64 ทีมชาย และ 32 ทีมหญิง ปรับปรุงจากแผนดั้งเดิม โดยเป็นระบบเลื่อนชั้น-ตกชั้น ไม่มีสมาชิกถาวร
“99% ของผู้ไม่เห็นด้วย (แผนดั้งเดิม) ในสหราชอาณาจักรต่อต้านการเป็นสมาชิกถาวร ซึ่งไม่สามารถตกชั้น พวกเขาเห็นว่าเป็นการทรยศต่อประเพณีฟุตบอล แต่ตอนนี้เรากำลังพูดถึงระบบลีกที่เปิดกว้าง เข้าถึงได้ ถ้าเราโน้มน้าวสโมสรและโน้มน้าวแฟนๆ ทำไมแฟนๆ จะไม่เข้าร่วม?” ไรช์ฮาร์ต กล่าว
ในขณะที่ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานยูฟ่า เยาะเย้ยข้อเสนอใหม่กล่าวว่า “ฟุตบอลไม่ได้มีไว้ขาย” และประชดประชันว่าเขาตั้งตารอที่จะเห็นสองทีมแข่งกันเอง อย่างไรก็ตาม ไรช์ฮาร์ต อ้างว่ามีหลายสโมสรที่สนใจซูเปอร์ลีก แต่ปฏิเสธเอ่ยชื่อเพราะจะทำให้มีการแบ่งแยก
“เราต้องการยื่นข้อเสนอที่โน้มน้าวใจสโมสรและแฟนๆ ต่อเนื่อง ไม่มีใครต้องกลัวการคว่ำบาตรอีกต่อไป และสามารถมีส่วนร่วมในข้อเสนอได้จริงๆ หากไม่มีสโมสรใดเชื่อมั่น ไม่มีข้อเสนอ ไม่แม้แต่เรา ก็ไม่เดินหน้าต่อไป”
ไรช์ฮาร์ต อ้างว่ารูปแบบใหม่นี้จะคำนึงเรื่องกีฬาเป็นหลัก ให้ความสำคัญกับสุขภาพนักเตะ ไม่เพิ่มจำนวนวันแข่งแต่จะเติมเต็มด้วยการแข่งขันที่ดีขึ้นและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
แต่ทั้งนี้หลายสโมสรในยุโรป ต่างแสดงจุดยืนไม่เข้าร่วมทันที เช่น แมนฯ ซิตี, แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี, ทอตแนม ฮอตสเปอร์, บาเยิร์น, แอตเลติโก มาดริด, ดอร์ตมุนด์, เปแอสเช, โรมา



