สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) ออกแถลงการณ์ เรียกร้องประเทศที่อยู่บริเวณทะเลอันดามัน กับหมู่เกาะนิโคบาร์ ในมหาสมุทรอินเดีย ให้ความช่วยเหลือเรือโดยสารลำหนึ่ง ซึ่งมีผู้โดยสารเป็นชาวโรฮีนจาประมาณ 185 คน จากจำนวนดังกล่าวราว 70 คน เป็นเด็ก และอีก 88 คนเป็นผู้หญิง


รายงานของยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่า สถานการณ์บนเรือ “น่าวิตกกังวลอย่างมาก” เนื่องจากอาจมีผู้ป่วยหนัก และบางคนอาจเสียชีวิตไปแล้ว


ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนธ.ค. ยูเอ็นเอชซีอาร์ขอให้ประเทศที่มีอาณาเขตใกล้กับทะเลอันดามัน มอบความช่วยเหลือให้แก่เรือโดยสาร 2 ลำ ซึ่งมีผู้โดยสารเป็นชาวโรฮีนจารวมกันประมาณ 400 คน และเรืออยู่ในสภาพ “ใกล้อับปาง”


ทั้งนี้ ภายในช่วงเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีเรือโดยสารนำชาวโรฮีนจามาขึ้นฝั่งที่จังหวัดบันดาอาเจะห์ ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตราในอินโดนีเซียแล้วมากกว่า 1,500 คน มากที่สุดนับตั้งแต่สถานการณ์รุนแรงในรัฐยะไข่ของเมียนมาปะทุ เมื่อปี 2560


ด้านผู้สันทัดกรณี ให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจในบังกลาเทศ และภาวะวิกฤติในเมียนมา ซึ่งกำลังเผชิญกับการสู้รบรอบใหม่ ระหว่างกองทัพกับกลุ่มนักรบชาติพันธุ์ เป็นปัจจัยหลักทำให้ชาวโรฮีนจาพยายามอพยพระลอกใหม่


อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียถือว่า ชาวโรฮีนจาไม่ใช่พลเมือง จึงไม่สามารถให้อยู่อาศัยระยะยาวในประเทศได้ แม้ในฐานะผู้ลี้ภัยก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลจาการ์ตาไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ฉบับปี 2494 หมายความว่า แม้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม แต่กลุ่มคนเหล่านี้ มีสถานะ “ผู้อพยพผิดกฎหมาย” ตามกฎหมายของอินโดนีเซีย.

เครดิตภาพ : AFP