เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู บริเวณถนนติวานนท์ ว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า เมื่อเวลา 04.45 น. วันที่ 24 ธ.ค.66 บริเวณสถานีสามัคคี (PK04) เกิดเหตุรางจ่ายกระแสไฟฟ้า (Conductor rail) หลุดร่วงลงชั้นพื้นถนน และเกี่ยวสายไฟฟ้าบริเวณหน้าตลาดชลประทาน ได้รับความเสียหาย โดยส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถ ซึ่งจากการหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางราง (ขร.), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรลจำกัด (NBM) ผู้รับสัมปทานโครงการฯ ได้สั่งการให้ปิดการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูในวันที่ 24 ธ.ค.66 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และประชาชน

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 25 ธ.ค.66 จะเปิดให้บริการจำนวน 23 สถานี คือตั้งแต่สถานีแจ้งวัฒนะ (PK08)-สถานีมีนบุรี (PK30) ขณะที่ตั้งแต่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (PK01) ไปจนถึงสถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด (PK07) รวม 7 สถานีนั้น ขร.จะต้องดำเนินการตรวจสอบ และประเมินเบื้องต้น 7 วัน จากนั้นจะตรวจสอบให้มั่นใจในด้านความปลอดภัย ก่อนที่พิจารณาเปิดให้บริการอีกครั้งต่อไป ทั้งนี้ได้กำชับว่า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก จะมีบทลงโทษครอบคลุมตามสัญญาด้วยเงื่อนไขในการเดินรถต่อไป
นายสุริยะ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จากการรายงานเบื้องต้น ระบุว่า รถตรวจรางพบวัสดุแปลกปลอม ซึ่งวัสดุแปลกปลอมดังกล่าว อาจจะเกิดจากรถเครนที่เข้าไปเคลียร์พื้นที่ เพื่อคืนผิวจราจร แล้วไปขัดบริเวณตัวล้อด้านข้าง ทำให้ลากรางจ่ายกระแสไฟฟ้าหลุดออกทั้งแนว ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่มีรถยนต์บริเวณดังกล่าวเสียหาย 3 คัน และสายไฟฟ้าล้ม โดย NBM จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ จะมีรถตรวจทางวิ่งตรวจสอบในช่วงเวลา 04.00 น. ก่อนให้เปิดบริการทุกวัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูมีความปลอดภัยในการให้บริการ และการเดินทางอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 7 สถานีที่ยังปิดบริการรอการตรวจสอบ ประกอบด้วย 1. สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (PK01) 2.สถานีแคราย (PK02) 3.สถานีสนามบินน้ำ (PK03) 4.สถานีสามัคคี (PK04) 5.สถานีกรมชลประทาน (PK05) 6.สถานีแยกปากเกร็ด (PK06) และ 7.สถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด (PK07)



