สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองกาซาซิตี ฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่ากระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งปะทุและยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา คร่าชีวิตประชาชนในฉนวนกาซาแล้วมากกว่า 20,000 ราย คิดเป็นเกือบ 1% ของประชากรทั้งหมด ตามสถิติก่อนเกิดสงครามครั้งนี้


ขณะที่ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งเน้นการโจมตีทางอากาศเป็นหลัก ทำให้ราว 85% ของประชากรในฉนวนกาซาต้องไร้ที่อยู่อาศัย และชาวฉนวนกาซาประมาณ 500,000 คน ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารอย่างเร่งด่วน ตามข้อมูลของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

กลุ่มควันจากการทิ้งระเบิดโจมตีของกองทัพอิสราเอล บริเวณค่ายผู้ลี้ภัยนูไซรัต ทางตอนกลางของฉนวนกาซา


อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า จะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาต่อไป จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายสูงสุดคือ “การกวาดล้างกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก” แม้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรียกร้อง “คู่สงครามทุกฝ่าย” อนุญาตให้การส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่ฉนวนกาซา “โดยปราศจากอุปสรรค และครอบคลุมเป็นวงกว้าง”


ขณะเดียวกัน ยูเอ็นเอสซีเรียกร้อง “การกำหนดเงื่อนไข เพื่อนำไปสู่การยุติความรุนแรงอย่างยั่งยืน” ในฉนวนกาซา แม้ไม่ได้กำหนดช่วงเวลาอย่างแน่ชัด แต่ชัดเจนว่า เป็นการเลี่ยงใช้คำว่า “หยุดยิง” เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกวีโต้โดยสหรัฐ ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกถาวร และมีสิทธิใช้อำนาจดังกล่าวเพื่อปัดตกมติใดก็ตาม


ทั้งนี้ การลงมติของยูเอ็นเอสซีถือว่า มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ และต้องผ่านโดยไม่มีการคัดค้านจากสมาชิกถาวรประเทศใด โดยการลงมติครั้งนี้ได้รับเสียงสนับสนุน 13 เสียง ส่วนสหรัฐและรัสเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสมาชิกถาวร ใช้สิทธิงดออกเสียง.

เครดิตภาพ : AFP