ตามข้อมูลขององค์กรการกุศล “อัลสเตอร์ ไวลด์ไลฟ์” ทางนํ้าแคบ ๆ ของปากนํ้าเบลฟาสต์ เป็นบ้านของแนวปะการังหอยนางรมขนาดใหญ่ กระทั่งช่วงต้นทศวรรษที่ 1900 การประมงเกินขนาด, โรคภัย และมลพิษค่อย ๆ ทำลายประชากรหอยนางรมอย่างต่อเนื่อง

’เรากำลังนำแหล่งอาศัยที่หายไปกลับคืนมา“ นายเดวิด สมิธ ผู้จัดการฝ่ายการอนุรักษ์ทางทะเลของอัลสเตอร์ไวลด์ไลฟ์ กล่าว

ทั้งนี้ แหล่งหอยนางรมประจำถิ่นมีอยู่มากมายในทะเลหลายแห่งของยุโรป และมนุษย์เก็บเกี่ยวพวกมันมาตั้งแต่ยุคหิน แต่องค์กรประเมินว่า ประชากรหอยนางรมลดลง 95% นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ซึ่งในปัจจุบัน แนวปะการังหอยนางรม เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่ถูกคุกคามมากที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป

เมื่อเดือนที่แล้ว แหล่งเพาะเลี้ยงมีหอยประมาณ 700 ตัว ซึ่งพวกมันถูกนำมาจากสกอตแลนด์ได้รับการวัดและคัดกรองโรค ก่อนที่จะถูกหย่อนลงไปในปากนํ้าเบลฟาสต์ โดยอยู่ในกรงหลายสิบกรงที่วางซ้อนกันเป็นชั้น ซึ่งสมิธกล่าวว่า มันน่าจะสร้างแนวปะการังท้องถิ่น
ที่เทียบเท่ากันกับแนวปะการังหอยนางรมได้

หลังจากยกกรงเลี้ยงหอยนางรมขึ้นจากนํ้า ทีมงานจะนำพวกมันออกจากกรงอย่างระมัดระวัง และวางไว้บนท่าเรือ เพื่อทำการวัดและชั่งนํ้าหนัก ซึ่งสมิธ กล่าวเสริมว่า คู่หอยนางรมที่เชื่อมติดกันอยู่แล้ว คือระยะเริ่มต้นของการก่อตัวของแนวปะการัง

“คุณลองนึกภาพพวกมัน 100,000 ตัว อยู่ติดกัน นั่นคือสิ่งที่พวกเราทำให้เกิดขึ้น เพราะหลังจากนั้น ตัวอ่อนหลายล้านตัว รวมถึงพืชนํ้าและสัตว์นํ้าหลายชนิด จะเข้ามาอยู่อาศัยตามชายฝั่งและก้นทะเล” สมิธ กล่าวด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงความพึงพอใจ

ด้านอัลสเตอร์ ไวลด์ไลฟ์ ระบุว่า ประโยชน์ทางนิเวศวิทยา ของแหล่งที่อยู่อาศัยซึ่งได้รับการฟื้นฟู คือการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล และการทำให้คุณภาพของนํ้าดีขึ้นโดยหอยนางรมเปรียบเสมือน “เครื่องกรองนํ้าชั้นยอด” สำหรับแหล่งนํ้าตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม เรือบรรทุกสินค้า และเรือเฟอร์รี่โดยสาร ซึ่งแล่นเข้าออกท่าเรือที่อยู่ไม่ไกล, มลพิษในเส้นทางนํ้า, ลานถ่านหิน และงานที่เกี่ยวข้องกับสารแทนนิน ต่างมีส่วนทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมเป็นเวลาหลายสิบปี และกลายเป็นความท้าทาย สำหรับการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของหอยนางรม

“มันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับตัวอ่อนของหอยนางรม ในการอยู่อาศัยและเติบโตเต็มวัย หากพวกมันสัมผัสกับมลพิษที่อยู่ในช่องทางเดินเรือทางอุตสาหกรรม” สมิธ กล่าว

กระนั้น หอยนางรมในแหล่งเพาะเลี้ยงที่ยืดหยุ่นดังกล่าว ทำให้สมิธและทีมงาน “ประทับใจ” เพราะจนถึงขณะนี้มีหอยนางรมตายไปแค่ 2 ตัวเท่านั้น ซึ่งสมิธมีแผนที่จะติดตั้งกรงเพาะเลี้ยงเพิ่มเติมในปีต่อ ๆ ไปด้วย.