โครงการนำร่องดังกล่าว ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นโครงการแรกของโลก นำส่วนประกอบหลักในผ้าอ้อมมาใช้ซ้ำ เพื่อผลิตผ้าอ้อมใหม่ ทำให้เกิดความหวังที่จะช่วยลดปริมาณขยะในหลุมฝังกลบ และตอบสนองต่อความต้องการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่เพิ่มขึ้น ในสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่น
นายทาคาฮิสะ ทาคาฮาระ ประธานบริษัทผลิตภัณฑ์สุขอนามัยของญี่ปุ่น “ยูนิชาร์ม” ซึ่งอยู่เบื้องหลังโครงการริเริ่มนี้ กล่าวว่า ความต้องการผ้าอ้อมเด็กกำลังลดลง แต่จำนวนผู้สูงอายุที่ใช้ผ้าอ้อมกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อไม่นานมานี้ แม้แต่สัตว์เลี้ยงก็เริ่มใช้ผ้าอ้อมเช่นกัน
“ถ้าเราสามารถเปลี่ยนความรู้สึกผิดของผู้บริโภคทั่วไป ที่อาจมีต่อการใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้ง ให้เป็นสิ่งที่ดี และทำให้การใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลเป็นเรื่องปกติในสังคม มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำได้จริงในเชิงเศรษฐกิจ” ทาคาฮาระ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ยูนิชาร์มกำลังทดสอบโครงการรีไซเคิลผ้าอ้อมในเทศบาล 2 แห่ง ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ได้แก่ ชิบูชิ และโอซากิ ซึ่งรีไซเคิลขยะครัวเรือน 80% นับเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของญี่ปุ่นถึงสี่เท่า
เทศบาลทั้งสองแห่ง ซึ่งมีประชากรราว 40,000 คน ตัดสินใจดำเนินการอย่างเด็ดขาดเมื่อประมาณ 25 ปีที่แล้ว หลังมีการคาดการณ์ว่า บ่อขยะรวมของเทศบาลจะเต็มภายในปี 2547 ทว่าในปัจจุบัน หลุมฝังกลบแห่งนี้จะยังคงเปิดต่อไปอีก 40 ปี
“ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายสูงสุดของเราคือ การลดปริมาณขยะ และยืดอายุ การใช้งานของหลุมฝังกลบ” นายเคนอิจิ มัตสึนางะ เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมของเทศบาลชิบูชิ กล่าว

อนึ่งผ้าอ้อมใช้แล้วที่รวบรวมได้ จะถูกบด ล้างทำความสะอาด และแยกออกเป็นเยื่อกระดาษ พลาสติก และโพลีเมอร์ดูดซับสูง (เอสเอพี) ซึ่งยูนิชาร์มสามารถรีไซเคิลวัสดุเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีข้อกำหนดด้านสุขอนามัยที่เข้มงวดน้อยกว่า เช่น กระดาษชำระ
นอกจากนี้ บริษัทยังประสบความสำเร็จในการใช้เยื่อกระดาษ ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของผ้าอ้อม มาผลิตเป็น ผ้าอ้อมใหม่ได้ โดยกระบวนการข้างต้น ใช้โอโซนในการฆ่าเชื้อ ฟอกขาว และกำจัดกลิ่น
ด้านนายสึโตมุ คิโด เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงฝ่ายธุรกิจรีไซเคิลของยูนิชาร์ม กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าที่จะรีไซเคิลพลาสติกและโพลีเมอร์ดูดซับจากผ้าอ้อมที่ใช้แล้ว เพื่อผลิตผ้าอ้อมใหม่ ภายในปี 2571
ขณะนี้ ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลของ ยูนิชาร์ม วางจำหน่ายเฉพาะในร้านค้าท้องถิ่นบางแห่งเท่านั้น โดยมีราคาสูงกว่าผ้าอ้อมที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบใหม่ ประมาณ 10% หรือแจกจ่ายให้กับศูนย์ดูแลเด็กและผู้สูงอายุที่ได้รับเลือก.



