สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ การโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายมากกว่า 100 แห่งในฉนวนกาซา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า ในวันดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 162 ราย ซึ่งเป็นผลจากการโจมตีฉนวนกาซาของกองทัพอิสราเอล เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมนับตั้งแต่สงครามปะทุ เป็นมากกว่า 22,600 ราย นับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2566
Three months since the horrific 7 October attacks, Gaza has become a place of death and despair.
— Martin Griffiths (@UNReliefChief) January 5, 2024
This war should never have started. But it’s long past time for it to end.
My statement:https://t.co/lkUlogG3Cm pic.twitter.com/kLFBZsKGLt
ด้านนายมาร์ติน กริฟฟิธ ผู้ช่วยด้านกิจการมนุษยธรรมของเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า บรรยากาศที่ฉนวนกาซาในเวลานี้ ไม่ใช่สถานที่ซึ่งเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยอีกต่อไป ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงระดับร้ายแรง ต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน แต่ประชาคมโลกยังคงเพิกเฉย
“We are not leaving from here, despite the destruction."
— Middle East Eye (@MiddleEastEye) January 5, 2024
"Look around, there's no place to live, but we will rebuild it, even with tents or makeshift rooms. We will remain here,” says a Palestinian man, standing amidst the rubble in the Jabalia refugee camp in Gaza. pic.twitter.com/mPDWUoqpVI
ขณะที่สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติ สำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ) รายงานสถานการณ์ในเมืองราฟาห์ หนึ่งในเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา แออัดไปด้วยประชากรมากกว่า 1.3 ล้านคน แต่พื้นที่ของเมืองรองรับผู้อยู่อาศัยได้ราว 250,000 คนเท่านั้น
อีกด้านหนึ่ง นายโยอาฟ กัลลันต์ รมว.กลาโหมอิสราเอล เปิดเผยร่างแผนยุทธศาสตร์ 4 ขั้น สำหรับการบริหารจัดการฉนวนกาซา มีสาระสำคัญว่า สงครามกับกลุ่มฮามาสจะดำเนินต่อไป จนกว่าอิสราเอลจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ และบรรลุเป้าหมายสำคัญ คือ “การขุดรากถอนโคนโครงสร้างกลุ่มฮามาสทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายทหาร” และ “การกำจัดภัยคุกคามที่เหลือทั้งหมด”

ต่อจากนั้น กลุ่มฮามาสจะไม่มีโอกาสกลับมาปกครองฉนวนกาซาอีก และต้องไม่อยู่ในสถานะเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล โดยฉนวนกาซาจะอยู่ภายใต้การปกครองของ “หน่วยงานบริหารของชาวปาเลสไตน์” แต่ “ไม่ใช่รัฐบาลปาเลสไตน์ ซึ่งมีฐานอยู่ที่เขตเวสต์แบงก์” หมายถึงรัฐบาลพรรคฟาตาห์ ของประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส
ในเวลาเดียวกัน กัลลันต์กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอล “ยังคงมีสิทธิและความชอบธรรม” ที่จะปฏิบัติการในฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม จะไม่มีพลเมืองอิสราเอลอาศัยอยู่ในฉนวนกาซา หลังกองทัพอิสราเอลบรรลุเป้าหมายสงครามแล้ว
ทั้งนี้ทั้งนั้น กัลลันต์สรุปว่า “พลเมืองในฉนวนกาซาคือชาวปาเลสไตน์” ดังนั้น ฉนวนกาซาต้องอยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยชาวปาเลสไตน์ด้วยกัน โดยมีเงื่อนไขเพียงว่า ฉนวนกาซาจะต้องไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลอีกต่อไป.
เครดิตภาพ : AFP



