สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ การโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายมากกว่า 100 แห่งในฉนวนกาซา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า ในวันดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 162 ราย ซึ่งเป็นผลจากการโจมตีฉนวนกาซาของกองทัพอิสราเอล เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมนับตั้งแต่สงครามปะทุ เป็นมากกว่า 22,600 ราย นับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2566


ด้านนายมาร์ติน กริฟฟิธ ผู้ช่วยด้านกิจการมนุษยธรรมของเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า บรรยากาศที่ฉนวนกาซาในเวลานี้ ไม่ใช่สถานที่ซึ่งเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยอีกต่อไป ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงระดับร้ายแรง ต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน แต่ประชาคมโลกยังคงเพิกเฉย


ขณะที่สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติ สำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ) รายงานสถานการณ์ในเมืองราฟาห์ หนึ่งในเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา แออัดไปด้วยประชากรมากกว่า 1.3 ล้านคน แต่พื้นที่ของเมืองรองรับผู้อยู่อาศัยได้ราว 250,000 คนเท่านั้น


อีกด้านหนึ่ง นายโยอาฟ กัลลันต์ รมว.กลาโหมอิสราเอล เปิดเผยร่างแผนยุทธศาสตร์ 4 ขั้น สำหรับการบริหารจัดการฉนวนกาซา มีสาระสำคัญว่า สงครามกับกลุ่มฮามาสจะดำเนินต่อไป จนกว่าอิสราเอลจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ และบรรลุเป้าหมายสำคัญ คือ “การขุดรากถอนโคนโครงสร้างกลุ่มฮามาสทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายทหาร” และ “การกำจัดภัยคุกคามที่เหลือทั้งหมด”

ประชาชนพักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ลี้ภัยชั่วคราว ที่เมืองข่าน ยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ท่ามกลางการโจมตีอย่างหนักของกองทัพอิสราเอล


ต่อจากนั้น กลุ่มฮามาสจะไม่มีโอกาสกลับมาปกครองฉนวนกาซาอีก และต้องไม่อยู่ในสถานะเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล โดยฉนวนกาซาจะอยู่ภายใต้การปกครองของ “หน่วยงานบริหารของชาวปาเลสไตน์” แต่ “ไม่ใช่รัฐบาลปาเลสไตน์ ซึ่งมีฐานอยู่ที่เขตเวสต์แบงก์” หมายถึงรัฐบาลพรรคฟาตาห์ ของประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส


ในเวลาเดียวกัน กัลลันต์กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอล “ยังคงมีสิทธิและความชอบธรรม” ที่จะปฏิบัติการในฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม จะไม่มีพลเมืองอิสราเอลอาศัยอยู่ในฉนวนกาซา หลังกองทัพอิสราเอลบรรลุเป้าหมายสงครามแล้ว


ทั้งนี้ทั้งนั้น กัลลันต์สรุปว่า “พลเมืองในฉนวนกาซาคือชาวปาเลสไตน์” ดังนั้น ฉนวนกาซาต้องอยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยชาวปาเลสไตน์ด้วยกัน โดยมีเงื่อนไขเพียงว่า ฉนวนกาซาจะต้องไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลอีกต่อไป.

เครดิตภาพ : AFP