ทุกวันนี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (ArtificialIntelligence) หรือ เอไอ(AI) ได้เข้ามามีบทบาทแถบจะทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการธุรกิจ เทคโนโลยี การศึกษา ไปจนถึงวงการแพทย์!?!
โดยเฉพาะการมาของ Generative AI (Gen AI) ที่ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เช่น กรณีของ ChatGPT ที่พัฒนาโดย OpenAI ที่สามารถใช้งานเป็น “ตัวช่วย” ตอบคำถาม , ช่วยเขียนโค้ด ,เขียนบทความ คิดคอนเทนต์ เป็นต้น
เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่ถูก “เทรน” ให้มีความสามารถ เลียนแบบความสามารถของมนุษย์ที่ซับซ้อนได้
ยิ่งไปกว่านั้น “ยักษ์ไอทีของโลก” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอเมริกา หรือ จีน ต่าง “ลงเงิน ลงแรง”พัฒนา เทคโนโลยี ออกมาแข่งขันกันในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น”กูเกิล” ที่พัฒนา “Google Bard” ออกมา หรือจะ เป็น “ไป่ตู้” ยักษ์ใหญ่ ด้านเสิร์ชเอนจิ้น ของจีน ก็พัฒนา “เออร์นีย์” ออกมาแข่งขันใน “สมรภูมิ Gen AI” ให้ร้อนแรงมากขึ้น!!
เป็นเสมือนการส่งสัญญาณว่า ต่อจากนี้ไป “Gen AI” ได้เข้ามามี บทบาทสําคัญต่อ การเปลี่ยนแปลงโลก!!

เอไอ ไม่ได้แย่งงานคน
แม้ว่ามีหลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า ต่อจากนี้ไป “AI” จะมีบทบาทสำคัญในทุกอุตสหากรรม และมีความกังวลว่า “AI” จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์นั้น “เชาวลิต รัตนกรไกรศรี” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย บอกว่า ChatGPT เป็นจุดเริ่มต้นให้คนรู้จัก Gen AI มากขึ้น ทุกองค์กรมีการพูดถึง ซึ่ง ChatGPT ผ่านการเปิดตัวมา 1 ปี สิ่งที่ไมโครซอฟท์ มองคือ ChatGPT ไม่ได้เป็นแค่แชทบอต แต่ AI จะเข้ามาทำงานร่วมกับมนุษย์ในฐานะเป็นผู้ช่วย
“มนุนย์ยังคงมีศักยภาพที่แตกต่างจาก แมชชีน หรือ เครื่องจักร ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่า และการตัดสินใจที่มีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมองว่า AI จะเข้ามามีบทบาท ทำให้พนักงานและองค์กร มี Productivity ดีมากขึ้น ในการทำงานและให้บริการลูกค้า ต่อจากนี้ไปจึงเป็นช่วงเวลาของ AI และเชื่อว่าต่อไปองค์กรต่างๆ จะมีการใช้ AI อย่างแพร่หลายในทุกอุตสาหกรรม”
รัฐบาลเร่งนำเอไอมาใช้
อย่างไรก็ตามในส่วนของไทย ก็มีนโยบายการนำ AI มาใช้ ซึ่งที่ผ่านมา “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง ก็มีการเดินสาย ชักชวนยักษ์ไอทีระดับโลก เข้ามาลงทุน และได้เซ็น เอ็มโอยู กับทาง ไมโครซอฟท์ , กูเกิล และ หัวเว่ย เพื่อผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยหนึ่งในนโบายเร่งด่วน คือ รัฐบาลจะเร่ง ส่งเสริมการใช้ Gen AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ ปรับปรุงการให้บริการแก่ประชาชน รวมถึงการยกระดับเศรษฐกิจไทย ไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจ เอไอ ยุคใหม่
โดย กูเกิลจะช่วยจัดฝึกอบรม แก่บุคลากรของรัฐ ขณะที่ ไมโครซอฟท์ ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเชิงกลยุทธ์ด้าน เอไอ หรือ เอไอ เซ็นเตอร์ เอ็กซ์เซอร์เล้นท์ ช่วยในการนำเอไอ และคลาว์ด ไปใช้จริง เพิ่มศักยภาพให้หน่วยงานของรัฐ ขณะที่ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) นั้นก็มีเป้าหมายขับเคลื่อน ให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลาง(ฮับ) เอไอ ของภูมิภาคอาเซียน ต้องการทำให้ไทย เป็นประเทศผู้พัฒนาเอไอ มากกว่าการเป็นผู้ใช้งานโดยจะช่วยพัฒนาบุคลากร ด้านเอไอให้ไทย ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นรายภายใน 3 ปี !?!

สร้างเศรษฐกิจ 2.6 ล้านล้าน ปี 73
อย่างไรก็ตามจากรายงานผลลัพธ์ทางเศราฐกิจ : ส่งเสริมการเข้าถึง AI ในประเทศไทยอย่างเท่าเทียม โดย กูเกิล พบว่า หากภาคส่วนและองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยนำนวัตกรรม AI มาใช้งานจะสามารถปลดล็อก ผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 2.6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 และการสร้างแรงงานที่มีทักษะดิจิทัลด้วยการฝึกอบรม จะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยได้มากถึง 1 ล้านล้านบาทในปี 2573 เช่นกัน
ปี 67 พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
ทั้งนี้ Gen AI จะเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปี 67 จะมีการใช้งานอย่างไร? ทาง“ชนนิกานต์ จิรา” หัวหน้า ทรู ดิจิทัล อคาเดมี ให้มุมมองว่า สิ่งที่ Gen AI ทำได้ดี คือการเอาเทรนด์ต่างๆ มาสรุปจนเป็นภาพที่เห็นได้ชัด แต่สิ่งที่ยังทำไม่ได้ดี คือ การสร้างสิ่งที่ใหม่และสดจริงๆ เพราะเป็นการรวมข้อมูลมาจากแหล่งต่างๆ ซึ่งการนำมาใช้ ประโยชน์ที่เห็นได้ เช่น การสร้างคอนเทนต์ สามารถใช้ Gen AI ในสร้างไอเดียในเบื้องต้นก่อนที่จะนำ ไปทำต่อ ในมุมการตลาด ก็สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า หรือภาคการเงินสามารถ นำไปช่วย วิเคราะห์ สินเชื่อ หรือช่วยเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้
“ในปี 67 การพัฒนา Gen AI ของบริษัทยักษ์ใหญ่ จะมีการพัฒนาไปมากแบบก้าวกระโดด มีออกเวอร์ชั่นใหม่ๆ และในมุมมองของผู้บริโภคก็มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะในเรื่อง ความเป็นส่วนตัว ของข้อมูล ควรจะมีการบังคับใช้ หรือมีกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมอออกมาหรือไม่ ซึ่งในส่วนของภาคธุรกิจ Gen AI จะช่วยพัฒนากระบวนการทำงาน ขององค์กรให้ดีขึ้น แต่องค์กรก็ต้องตามให้ทันเทคโนโลยีด้วย เพราะแต่ละธุรกิจก็มียูสเคส ที่ไม่เหมือนกัน และองค์กร มีบุคลากรที่มีศักยภาพในเทคโนโลยีนี้หรือยัง เพื่อจะได้พัฒนาคนรองรับ” “ชนนิกานต์” ระบุ

จุดเปลี่ยนความปลอดภัยไซเบอร์
แม้ว่า Gen AI จะสามารถใช้ประโยชน์ได้ในหลายวงการแล้ว แต่หากเป็นในเรื่อง ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ก็มีความ น่าสนใจไม่น้อย “ฐิตพล บุญประสิทธิ์” กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ ระบุว่า Gen AI คือ จุดเปลี่ยนสำคัญเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ เพราะสามารถเรียนรู้ ทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ ได้ดีและนำความรู้ ไปใช้กับระบบงานอย่างที่มนุษย์ทำได้ โดยช่วยเสริมความปลอดภัยไซเบอร์ได้ ด้วยการหาช่องทางใหม่ๆ วิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ล่วงหน้า เพื่อช่วยปกป้ององค์กรจากภัยคุกคาม ได้ดียิ่งขึ้น เช่น ตรวจจับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในทราฟฟิก ของเครือข่าย หรือตรวจพบเนื้อหาอีเมลที่น่าสงสัย และ นำมาพัฒนาแนวทางการรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามแฮกเกอร์สมัยใหม่ ก็เล็งเห็นศักยภาพของ GenAI เช่นเดียวกัน โดยใช้ข้อได้เปรียบของ Gen AI ทั้งในเรื่องของความเร็วและการทำงานแบบอัตโนมัติ มาช่วยในการค้นหาช่องโหว่ในระบบงานขององค์กรได้เร็วขึ้น นำมาช่วยพัฒนามัลแวร์ได้แบบเรียลไทม์ และใช้สร้างอีเมล์ฟิชชิ่งเพื่อหลอกลวงผ่านระบบดิจิทัล ได้แยบยลยิ่งขึ้น
“ระบบ Gen AI จึงควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกัน ไม่ให้ตก เป็นเป้าหมายในการโจมตีเพราะมาตรการเหล่านี้สามารถลดโอกาสในการฉ้อฉล และลดการโจมตีในรูปแบบใหม่ ที่ใช้เทคนิคล้ำหน้า อย่างการใช้ Gen AI ทำ Deepfakes เป็นต้น”
ถือเป็นเทคโนโลยีที่มาแรง และต้องจับตาว่าจะมาพลิกโลกได้แค่ใหนในปี 67
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



