นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า จากกรณีภัยคอลเซ็นเตอร์และการโกงทางไซเบอร์ที่ระบาดสร้างความเสียหายต่อประชาชนทำให้เกิดความสูญเสียเป็นเม็ดเงินมหาศาลอย่างต่อเนื่อง ทรู คอร์ปอเรชั่น ยินดีร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน ซึ่งล่าสุดพร้อมสนับสนุนตามมาตรการของสำนักงานกสทช. เรื่องการยืนยันตัวตนและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 

โดยได้พัฒนาและวางระบบที่มีความปลอดภัยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทรูมูฟ เอช และดีแทค ทั้งแบบรายเดือนและแบบเติมเงินที่ถือครองซิมตั้งแต่ 6 เลขหมายขึ้นไป ใช้ในการยืนยันตัวตนเพื่อให้ใช้งานซิมได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ จะดำเนินการส่ง SMS แจ้งลูกค้าตามข้อกำหนด ให้ทยอยลงทะเบียนตามวันเวลาที่สะดวกภายในระยะเวลาที่กำหนด คือลูกค้าที่ถือครองซิมตั้งแต่ 6–100 ซิม ยืนยันตัวตนภายใน 180 วัน ถึง 13 ก.ค.2567 และลูกค้าที่ถือครองซิมตั้งแต่ 101 ซิมขึ้นไป ยืนยันตัวตนภายใน 30 วันหรือถึง 14 ก.พ. 2567 ทั้งที่ช็อป และออนไลน์ที่มั่นใจในความปลอดภัยได้ด้วยระบบ OTP 

ทั้งนี้ ลูกค้าทรูและดีแทค สามารถยืนยันตัวตนผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

1. ทรูช็อป หรือ ศูนย์บริการดีแทค ทั่วประเทศ

2. ช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://www.true.th/re-id/true และ https://www.true.th/re-id/dtac

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่คอลเซ็นเตอร์ ทรูมูฟ เอช 1242 และ ดีแทค 1678

ด้าน นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า เอไอเอส พร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐ ทั้งฝ่ายความมั่นคง อย่าง ตำรวจไซเบอร์ กระทรวงดีอี และ กสทช. เพื่อดูแล ปกป้อง ความปลอดภัยของลูกค้าและประชาชนภายใต้ โครงการ AIS อุ่นใจไซเบอร์ ในหลากหลายรูปแบบ  ล่าสุดจากนโยบายของ กสทช. ในการปราบปรามการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ ที่ได้ประกาศหลักเกณฑ์การยืนยันตัวตนและข้อมูลการใช้บริการ สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาที่ถือครองเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งระบบรายเดือนและเติมเงินจำนวนตั้งแต่ 6 เบอร์ขึ้นไป ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการแอบอ้างจากมิจฉาชีพ ที่จะนำหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปกระทำความผิด

ซึ่ง AIS พร้อมอำนวยความสะดวกลูกค้าจากนโยบายดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยจะดำเนินการส่ง SMS แจ้งเตือนไปยังหมายเลขที่เข้าข่ายต้องดำเนินการยืนยันตัวตน ในวันอังคารที่ 16 มกราคม 2567 ด้วย Sender “AIS” (ไม่มี link แนบ)  ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาสิทธิและป้องกันการถูกระงับใช้งานชั่วคราว  ลูกค้าสามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้ภายในเวลาที่กำหนด ผ่าน AIS Shop, AIS Telewiz  และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองผ่าน 2 ช่องทาง 1. กด *161*2*เลขบัตรประชาชน# โทรออก ฟรี (รอรับ SMS ทำตามขั้นตอน) 2. ผ่านแอป myAIS (สำหรับลูกค้าระบบเติมเงิน)

ส่วนกรอบเวลาที่ลูกค้าสามารถดำเนินการยืนยันตัวตน มี 2 ช่วง คือ

1. จำนวนหมายเลขที่ถือครองตั้งแต่ 6–100 เลขหมาย ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งทาง SMS

2. จำนวนหมายเลขที่ถือครองตั้งแต่ 101 เลขหมายขึ้นไป ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งทาง SMS

สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้ดำเนินการยืนยันตัวตนตามเวลาที่กำหนด เพื่อเป็นการปกป้องความปลอดภัยจากการถูกมิจฉาชีพลักลอบนำเบอร์ไปใช้ บริษัทฯ จะดำเนินการระงับการใช้งานชั่วคราว โดยจะยังคงรับสายและใช้เน็ตเข้า AIS Website และ แอป myAIS ได้ แต่ไม่สามารถโทรออกได้ (ยังคงโทรหมายเลข Emergency และ AIS Call Center ได้) โดยลูกค้าสามารถมายืนยันตัวตนเพื่อเปิดการใช้งานได้ผ่านช่องทางข้างต้น 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/consumers/lifestyle/blog/public-relations/identity-verification-policy-for-user-registration