สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่ากระทรวงข่าวสารเมียนมาออกแถลงการณ์ ยืนยันการหยุดยิงกับกองกำลังนักรบชาติพันธุ์ หลังการพบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน ที่เมืองคุนหมิง “เมื่อไม่นานมานี้”
ขณะที่กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของกองกำลังภราดรภาพ ร่วมกับกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) และกองทัพอาระกัน (เอเอ) ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการเปิดพรมแดนการค้าของรัฐฉาน ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา และติดกับจีน
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน หลังเคยทำหน้าที่คนกลางในการเจรจามาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อผลประโยชน์ของทุกภาคส่วน ซึ่งรวมถึงการรักษาเสถียรภาพตามแนวพรมแดนระหว่างจีนกับเมียนมา
Myanmar junta, ethnic armed alliance confirm China-mediated ceasefirehttps://t.co/nsGSDirqGI#Myanmar
— Myanmar Now (@Myanmar_Now_Eng) January 12, 2024
ปัจจุบัน จีนคือหนึ่งในประเทศผู้สนับสนุนด้านอาวุธรายใหญ่ของเมียนมา และยังคงปฏิเสธเรียกความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ว่าเป็น “การรัฐประหาร” หรือ “การยึดอำนาจ”
ทั้งนี้ พันธมิตรภราดรภาพ เปิดฉากปฏิบัติการ “1027” ที่รัฐฉาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2566 หลังจากนั้น การสู้รบแผ่ขยายไปยังอีกหลายรัฐทางเหนือ ตลอดจนรัฐยะไข่และรัฐชิน ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ และมีกองกำลังเข้าร่วมอีกหลายกลุ่ม
อนึ่ง ก่อนการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงครั้งล่าสุด พันธมิตรภราดรภาพประกาศเมื่อต้นเดือนนี้ ว่าสามารถยึดเมืองเล้าก์ก่าย เมืองเอกของภูมิภาคโกก้าง ในรัฐฉาน
แม้กองทัพเมียนมาภายใต้การนำของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เคยขับเอ็มเอ็นดีเอเอออกจากเมืองเล้าก์ก่าย เมื่อปี 2552 อย่างไรก็ตาม เมืองแห่งนี้กลายเป็น “ศูนย์กลาง” ของเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ในปัจจุบัน ซึ่งมีการล่อลวงประชาชนจากทั้งในจีน และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มาทำงาน และทั้งที่ตกเป็นเหยื่อ.
เครดิตภาพ : AFP



