สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ว่า โรงกลั่นของกลุ่มบริษัท “ดันโกเต กรุ๊ป” ซึ่งมีกำลังการผลิต 650,000 บาร์เรลต่อวัน อาจเป็นตัวพลิกสถานการณ์เมื่อดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ โดยช่วยยุติการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงของไนจีเรีย
แม้โครงการขนาดใหญ่ดังกล่าว ซึ่งสร้างโดยนายอาลีโก ดันโกเต อภิมหาเศรษฐีชาวไนจีเรีย คาดว่าจะจัดส่งผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดในเดือนนี้ แต่มันยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า โรงกลั่นจะดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลัง หรือเริ่มกลั่นเชื้อเพลิงเมื่อใด
Africa's biggest diesel and aviation fuel refinery, 650,000 barrel-per-day Dangote plant, built by the continent's richest man has started production, the company said on Saturday, calling it a "big day for Nigeria".
— AFP News Agency (@AFP) January 13, 2024
➡️ https://t.co/knDKPcAe7m pic.twitter.com/pzarPETOIE
ตามข้อมูลของสื่อท้องถิ่น โรงกลั่นดันโกเต ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2,635 เฮกตาร์ ในเขตปลอดอากรเลกกี บริเวณชายขอบของเมืองลากอส และมีมูลค่าประมาณ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 664,000 ล้านบาท)
“โรงกลั่นปิโตรเลียมดันโกเต เริ่มผลิตน้ำมันดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยานแล้ว” กลุ่มบริษัท ระบุ “นี่เป็นวันสำคัญของไนจีเรีย และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่บรรลุเป้าหมายสำคัญนี้”
แม้ไนจีเรียเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในแอฟริกา และมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับต้นของทวีป แต่ประเทศต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงและน้ำมันดีเซลนำเข้าเกือบทั้งหมด เนื่องจากขาดแคลนความสามารถในการกลั่น ซึ่งการนำเข้าเชื้อเพลิงและเงินสนับสนุน ทำให้เกิดการสูญเสียอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างมาก ขณะที่ไนจีเรียประสบปัญหากับรายได้น้ำมันที่ลดลง และการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ
ทั้งนี้ โรงกลั่นดันโกเต ซึ่งมีกำหนดทำการครั้งแรกในปี 2564 ได้รับการเปิดอย่างเป็นทางการ โดยอดีตประธานาธิบดีมูฮัมมาดู บูฮารี เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในเดือน มิ.ย. นี้.
เครดิตภาพ : AFP



