เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 ม.ค.ที่ชุมชนอินทามระ 37 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวง-เขตดินแดง กทม. พล.อ.สราวุฒิ ชลออยู่ สว. ในฐานะผู้อาศัยอยู่ในชุมชนอินทามระ 37 พร้อมด้วยชาวชุมชนอินทามระ 37 แยก 1, แยก 2 และชาวชุมชนโชคชัยร่วมมิตร ได้ร่วมพูดคุยและแสดงความเห็นต่อการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงที่ 4) ในแผนผังโครงการคมนาคมและขนส่ง ซึ่งมีการขีดแนวเขตเส้นทางถนนสาย ก. ความกว้าง 12 เมตร จากเดิม 6 เมตร เนื่องจากได้รับผลกระทบ โดยมี นายกัณตภณ ดวงอัมพร สส.กทม.พรรคก้าวไกล และสื่อมวลชน ร่วมสังเกตการณ์

โดยตัวแทนชาวบ้านหลายคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็น และคัดค้านไม่ให้มีโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น รวมทั้งขอให้ยกเลิกโครงการ เพราะการขยายถนนอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนสำหรับคนบางกลุ่ม ทำให้ชาวชุมชนไม่สามารถใช้ที่ดินในการจัดกิจกรรมส่วนรวม เช่น ออกกำลังกายได้

อีกทั้งหากมีการขยายถนนจริง ก็จะต้องมีการเวนคืนที่ดิน และหากมีการเวนคืนจริงๆ เกรงว่าเรื่องของค่าเวนคืนก็จะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะรัฐคิดราคาเวนคืนตามราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาตลาด อีกทั้งชาวบ้านก็ต้องเสียงบประมาณในการจัดสร้างรั้วหรืออาคารที่ถูกรื้อถอน รวมทั้งมีความเป็นห่วงต่อสภาวะอากาศทั้งฝุ่น และรถไม่สามารถสัญจรได้ เพราะบริเวณพื้นที่ชุมชนนี้ เป็นพื้นที่ชุมชนขนาดเล็กอยู่กันมานาน 40-50 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้าเคยเห็นในหลายชุมชนได้รับความเดือดร้อน

ด้าน พล.อ.สราวุฒิ ระบุว่า ที่ผ่านมาชาวชุมชนไม่เคยทราบว่า กทม.มีการจัดทำผังเมืองฉบับมาก่อน และไม่เคยทราบว่า กทม.มีการจัดประชาพิจารณ์และแสดงความคิดเห็น บางคนเพิ่งจะทราบเมื่อ 2 วันว่าพื้นที่บ้านของตนเองอยู่ในแนวขยายถนน ตามร่างผังเมืองรวมฯ ซึ่งนอกจากนี้ในผังยังมีโครงการเตรียมก่อสร้างสะพานข้ามไปยังซอยโชคชัยร่วมมิตร ซึ่งหากมีการก่อสร้างสะพานจริงจะส่งผลให้มีรถวิ่งผ่านซอยนี้จำนวนมาก การจราจรติดขัด

และจากการรวมตัวกันเพื่อร่วมแสดงความเห็นต่อร่างผังเมืองรวมฯ นี้ใหม่ ชาวชุมชนอินทามระ 37 แยก 1, แยก 2 และชุมชนโชคชัยร่วมมิตร มีความคิดเห็นตรงกันว่า ขอคัดค้านการขีดแนวเขตทางถนนสาย ก. ความกว้าง 12 เมตร ในแผนผังโครงการคมนาคมและขนส่ง ภายในซอยอินทามระ 37 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย เชื่อมต่อซอยโชคชัยร่วมมิตร ถนนวิภาวดีรังสิต 16 รวมทั้งขอให้ยกเลิกโครงการนี้ เนื่องจากไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในภาพรวม อีกทั้งจะเป็นการเอื้อประโยชน์สำหรับนายทุนที่จะทำโครงการคอนโดฯหรือสิ่งก่อสร้างขนาดสูง

โดยหลังจากนี้ชาวชุมชนจะรวบรวมและนำเอกสารใบแสดงความคิดเห็นไปส่งให้กับสำนักงานวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการเสนอความเห็นตามพ.ร.บ. ตามผังเมืองพ.ศ 2562 ต่อไป

ส่วนนายกัณตภณ เผยว่า ตนไม่เห็นด้วยกับผังการจราจรฉบับนี้ แต่ไม่ขัดขวางการพัฒนาเมือง แต่หน่วยงานรัฐต้องฟังเสียงของประชาชนก่อน รวมทั้งต้องประชาสัมพันธ์ให้ชาวชุมชนได้รับรู้ถึงโครงการดังกล่าว จะมีประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างไร จะไปร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบโครงการนี้ที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน.