สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่า กอร์เกียวา กล่าวในการให้สัมภาษณ์ในกรุงวอชิงตัน ก่อนเดินทางไปยังเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสภาเศรษฐกิจโลกประจำปี “เวิลด์ อีคอนอมิก ฟอรั่ม” ว่า เอไอจะส่งผลกระทบต่องานในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ถึง 60%
“เนื่องจากเอไอคาดว่าจะมีผลกระทบน้อยลงในประเทศกำลังพัฒนา งานทั่วโลกประมาณ 40% จึงมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบ และยิ่งคุณมีงานที่ต้องใช้ทักษะสูงเท่าไหร่ ผลกระทบก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น” กอร์เกียวา กล่าว โดยอ้างอิงถึงรายงานฉบับใหม่ของไอเอ็มเอฟ
AI has captivated the world. New IMF research & our new Preparedness Index shows it will affect almost 40% of jobs around the world, replacing some & complementing others. My blog on why we must have a careful balance of policies to tap its potential. https://t.co/5uIXxWd4bu pic.twitter.com/cZMGciz7s0
— Kristalina Georgieva (@KGeorgieva) January 14, 2024
อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่เมื่อช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระบุว่า มีเพียงครึ่งหนึ่งของงานที่ได้รับผลกระทบจากเอไอเท่านั้น ที่จะได้รับผลกระทบในทางลบ ส่วนงานที่เหลือ อาจได้รับประโยชน์จากผลผลิตที่ได้รับการปรับปรุง อันเนื่องมาจากเอไอ
“งานของคุณอาจหายไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี หรือเอไออาจปรับปรุงงานของคุณ ส่งผลให้คุณมีประสิทธิผลมากขึ้น และระดับรายได้ของคุณอาจเพิ่มขึ้นด้วย” กอร์เกียวา กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ รายงานของไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ว่า แม้ตลาดแรงงานในตลาดเกิดใหม่ และกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา จะได้รับผลกระทบเบื้องต้นจากเอไอน้อยลง แต่พวกเขาก็มีโอกาสไม่นาน ที่จะได้รับประโยชน์จากผลผลิตที่ได้รับการปรับปรุง ซึ่งจะเพิ่มขึ้นผ่านการบูรณาการในสถานที่ทำงาน
“เราต้องให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประเทศมีรายได้น้อย ในการขยับขยายให้เร็วขึ้น เพื่อสามารถคว้าโอกาสที่เอไอมอบให้ ดังนั้นแล้ว จริงอยู่ที่เอไอน่ากลัวนิดหน่อย แต่มันก็เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับทุกคนเช่นกัน” กอร์เกียวา กล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : AFP


