สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า สภาประชาชนสูงสุดแห่งชาติ มีมติให้ยุบหน่วยงานหลายแห่งซึ่งทำหน้าที่ประสานงาน ส่งเสริม และประชาสัมพันธ์ ความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ “การรวมชาติ” ระหว่างสองประเทศ
รายงานของเคซีเอ็นเอระบุด้วยว่า เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ซึ่งยังคงอยู่ในสถานะสงคราม กำลังมีความไม่เป็นมิตรต่อกันในระดับสูงสุด และเผชิญความเสี่ยงของ “การเผชิญหน้าอย่างฉับพลัน” บนคาบสมุทรเกาหลี ดังนั้น การรวมชาติกับอีกฝ่ายจึงเป็นเรื่องที่ไม่มีทางสัมฤทธิผล
N. Korea abolishes agencies handling inter-Korean affairs at parliamentary meeting https://t.co/ewhVjJWwYW
— Yonhap News Agency (@YonhapNews) January 15, 2024
ทั้งนี้ เคซีเอ็นเอเพิ่งรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับความสำเร็จ ในการทดสอบประสิทธิภาพของขีปนาวุธพิสัยกลาง (ไออาร์บีเอ็ม) ซึ่งใช้เครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็ง และติดตั้ง “หัวรบควบคุมการหลบหลีกที่มีความเร็วเหนือเสียง”
เคซีเอ็นเอเน้นย้ำว่า การทดสอบดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “ไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย และความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้านแห่งใด” และ “ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใดก็ตามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ”
North Korea launched a new solid-fuel “hypersonic” missile on Sunday to verify its “gliding and maneuvering characteristics” and the “reliability of newly developed multi-stage high-thrust solid-fuel engines,” the KCNA reported. https://t.co/DS7Jd8tCQ6 pic.twitter.com/cKwb3EJKyG
— NK NEWS (@nknewsorg) January 15, 2024
อนึ่ง บรรยากาศบนคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดตั้งแต่ต้นปีนี้ เมื่อเกาหลีเหนือซ้อมรบด้วยกระสุนจริง ซึ่งเป็นการยิงปืนใหญ่จากฐานยิงทางตะวันตกของประเทศ ไม่ห่างจากเกาะยอนพยอง และเกาะแบงนยอง ของเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 5-7 ม.ค. ที่ผ่านมา
ขณะที่นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวว่า “ไม่มีความมุ่งมั่นที่จะหลีกเลี่ยง” สงครามกับเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็น “ปรปักษ์โดยหลักการ” จากการที่รัฐบาลโซลชุดปัจจุบันปรับเปลี่ยนนโยบายก่อน และเตือนว่า เกาหลีเหนือพร้อมตอบโต้ “อย่างทันควัน” หากเกาหลีใต้และสหรัฐ เป็นฝ่ายพยายามใช้มาตรการทางทหารกับเกาหลีเหนือก่อน สะท้อนการขับเคลื่อนนโยบายต่อเกาหลีใต้ ที่จะมีความเป็นสายเหยี่ยวมากขึ้น.
เครดิตภาพ : AFP



