เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันที่ 16 ม.ค. ภายหลัง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปถึง บก.ภ.จว.สระแก้ว เพื่อติดตามคดีฆาตกรรม น.ส.บัวผัน อายุ 47 ปี หรือ ป้ากบ โดยเมื่อมาถึงได้ขึ้นห้องประชุม ชั้น 2 รับฟังการบรรยายสรุปรายละเอียดคดีดังกล่าว ก่อนสอบปากคำนายปัญญา หรือลุงเปี๊ยก จากนั้นมีการแถลงเกี่ยวกับคดีต่อสื่อมวลชน ในระหว่างการแถลง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สอบถามลุงเปี๊ยกว่า เหตุใดจึงรับสารภาพในคดี ซึ่ง ลุงเปี๊ยก ยังคงตอบเหมือนที่เคยตอบในคลิปว่า เสียใจที่ภรรยาตาย และชาวบ้านยังกล่าวหาว่า เป็นคนฆ่า ก็เลยรับสารภาพเพื่อให้เรื่องจบและยุติปัญหา ไม่มีใครมาบงการหรือบังคับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถามต่ออีกว่า ทำไมบอกว่า ใช้เก้าอี้ตีป้าบัวผัน ทำไมไม่บอกว่าใช้อย่างอื่นตี หรือไปเห็นอะไรมา ซึ่งลุงเปี๊ยกยังตอบว่า คิดเอาเอง ไม่มีใครบอก

จากนั้น พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.สภ.อรัญประเทศ กล่าวในระหว่างการแถลงว่า การควบคุมตัวลุงเปี๊ยก หลังจากรับสารภาพนั้น เนื่องจากไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อาจหายตัวไปแล้วหาไม่เจอภายหลัง ไม่ใช่การจับกุมตัวแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานแล้วน่าเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นคำรับสารภาพ เลือดที่ติดขากางเกง การพาไปดูที่เกิดเหตุ ผู้ตายไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกับใคร และทั้งสองคนมีการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันเป็นประจำ จึงขออำนาจศาลควบคุมตัวไว้ก่อนตามกฎหมาย ไม่ใช่การจับกุม

การที่ต้องกันลุงเปี๊ยกไม่ให้พบกับผู้สื่อข่าว เนื่องมาจากเป็นความประสงค์ของลุงเปี๊ยกเอง นอกจากนั้น โดยส่วนตัวแล้วยังไม่เคยเจอตัว รองสารวัตรสืบ บิดาของเยาวชนที่ก่อเหตุเลย เพราะเพิ่งย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นขอยืนยันว่า ไม่มีการช่วยเหลือกันตามที่สังคมเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ดูแลงานสืบสวน และ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันตรา ผกก.สภ.อรัญประเทศ ได้ชี้แจงไทม์ไลน์การทำงานของตำรวจ ตั้งแต่วันที่พบศพป้าบัวผันวันแรก กระทั่งการหาพยานหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ก่อนส่งลุงเปี๊ยกเข้าเรือนจำ

ส่วนประเด็นการที่นายตำรวจ สภ.อรัญประเทศ นายหนึ่งที่เป็นพ่อของ 1 ในเยาวชนที่ก่อเหตุ อาจมีส่วนชี้นำลุงเปี๊ยกให้รับสารภาพในคดีนี้ ประเด็นนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันชัดเจนว่า นิสัยแบบตนไม่ไว้หน้าคนทำผิด หรือช่วยเหลือลูกน้องที่ไม่ดี แต่จากการพูดคุยกับตำรวจทำคดี ยืนยันได้ว่า ตำรวจนายนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตามที่มีกระแสข่าวหรือการตั้งคำถามจากสังคม นอกจากนั้น ตำรวจนายนี้ยังนำตัวเยาวชน ซึ่งเป็นลูกชายที่ร่วมก่อเหตุ เข้ามอบตัวกับตำรวจด้วยตัวเอง

จากนั้นตำรวจได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อสงสัยต่างๆ จาก ลุงเปี๊ยก ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะประเด็นที่ ลุงเปี๊ยกยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุฆ่าเมียตัวเองโดยใช้เก้าอี้พลาสติกขาเหล็กตีป้ากบจนเสียชีวิต ซึ่งลุงเปี๊ยก ยอมรับว่า ขณะนั้นเมามาก และที่ตัดสินตอบไปแบบนั้น สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว โดยมีสื่อมวลชนสำนักหนึ่งถามลุงเปี๊ยกว่า โกหกใช่มั้ย ลุงเปี๊ยกตอบสั้นๆ ว่า “ผมโกหกครับ”

หลังตอบคำถามสื่อมวลชนแล้ว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยอมรับว่า คดีนี้ถือว่าเป็นเคสตัวอย่างที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะกำชับไปยังผู้บัญชาการ และผู้บังคับการทุกท้องที่ทั่วประเทศ ให้ดูแลเอาใจใส่ประชาชนให้มากกว่านี้ รวมถึงการตอบคำถามจากสังคมให้เกิดความกระจ่าง

นอกจากนั้น วัยรุ่นที่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม แก๊ง หรือ ก๊วน ที่มักจะสร้างความวุ่นวายเดือดร้อนให้กับประชาชน จะต้องหมดไปได้แล้วในยุคสมัยนี้ ส่วนข้อมูลที่มีสื่อมวลชนบางสำนัก สอบถามตำรวจถึงคดีความที่เยาวชนทั้ง 5 กลุ่มนี้ ไปก่อเหตุและสร้างความเดือดร้อนก่อนเกิดคดีฆ่าป้าบัวผัน ทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการให้ตำรวจอรัญประเทศ ไปตรวจสอบประวัติเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ย้อนหลังทั้งหมดอย่างละเอียด หากพบความผิดให้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อเติม

ขณะประเด็นที่สังคมตั้งคำถามว่า ควรจะมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีกับเยาวชนนั้น คงต้องมีการพูดคุยกับทุกภาคส่วนและกับอีกหลายหน่วยงาน โดยจะมีการยกเคสคดีนี้ เป็นหัวข้อในการพูดคุย ส่วนตัวลุงเปี๊ยกเอง หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการของตำรวจแล้ว จะฝากให้ทางฝ่ายปกครองที่เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พาไปเข้ากระบวนการบำบัดอย่างจริงจังต่อไป