สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน รายงานจำนวนประชากรของประเทศอยู่ที่ประมาณ 1,409.67 ล้านคน จนถึงสิ้นปี 2566 ลดลงราว 2.08 ล้านคน เมื่อเทียบกับสถิติของปี 2565
ทั้งนี้ นับเป็นปีที่สองติดต่อกันแล้ว ซึ่งประชากรจีนมีจำนวนลดลง และเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า โดยข้อมูลของทางการระบุว่า ประชากรจีนลดลงราว 850,000 คน เมื่อปี 2565 ซึ่งเป็นปีแรกในรอบ 6 ทศวรรษ ที่จีนมีประชากรลดลง
ขณะที่สถิติประชากรเกิดใหม่อยู่ที่ราว 9.02 ล้านคน คิดเป็นอัตราส่วน 6.39 ต่อประชากร 1,000 คน ลดลงเมื่อเทียบกับสถิติการเกิดใหม่ของประชากรเมื่อปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 9.56 ล้านคน ส่วนจำนวนประชากรเสียชีวิตอยู่ที่ราว 11.10 ล้านคน เมื่อปี 2566
China’s population decreased by 2.08 million people in 2023 to 1.40967 billion, the National Bureau of Statistics (NBS) data showed on Wednesday. There were 9.02 million births during the year, resulting in a birth rate of 6.39 per thousand people, and 11.10 million deaths, equal… pic.twitter.com/zvSX8aAUyX
— Global Times (@globaltimesnews) January 17, 2024
ด้านผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ทิศทางประชากรศาสตร์ของจีนในช่วงทศวรรษปัจจุบัน เป็นผลจากการบังคับใช้นโยบาย “ลูกคนเดียว” อย่างต่อเนื่องยาวนาน ระหว่างปี 2523-2558 และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และการที่ประชากรรุ่นใหม่ได้รับการศึกษาสูงขึ้น ส่งผลให้ชาวจีนยุคหลังไม่ต้องการมีบุตรมากกว่า 1 คน หรือเลือกไม่มีบุตรเลย แม้ภาครัฐพยายามออกนโยบายจูงใจแล้วหลายระลอก ทั้งการลดภาษี การช่วยจ่ายค่าที่พักอาศัย และการเพิ่มวันลาคลอดก็ตาม
อนึ่ง สหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงานจำนวนประชากรโลกผ่านหลัก 8,000 ล้านคน เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2565 และจำนวนประชากรอินเดียแซงหน้าจีน กลายเป็นประเทศซึ่งมีประชากรมากที่สุดในโลกแห่งใหม่ เมื่อปีที่แล้ว จากการที่จีนกำลังเผชิญกับวิกฤติอัตราการเกิดต่ำ และภาวะสังคมผู้สูงอายุ.
เครดิตภาพ : AFP



