เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ต้องขังหญิงวัยรุ่น 2 คน และกลุ่มผู้ต้องขังวัยรุ่นคนอื่น ๆ จากทัณฑสถานเยาวชนในรัฐเคนทักกี ยื่นฟ้องต่อศาลให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ระบุชื่อสถานพินิจแห่งเขตอะแดร์เคาน์ตี รัฐเคนทักกี เป็นจำเลย โดยกล่าวหาว่า สถานพินิจมีพฤติกรรมทรมานผู้ต้องขัง ได้แก่
– สั่งขังเดี่ยวและงดการเข้าชั้นเรียน
– ลิดรอนสิทธิผู้ต้องขังในการอาบน้ำและทำกิจกรรมเพื่อสุขอนามัยส่วนตัว
– ปฏิเสธการเบิกจ่ายยารักษาโรค
– ผู้ต้องขังหญิงโดนบังคับให้เปิดเผยร่างกายในลักษณะเปลือยต่อหน้าบุคคลเพศตรงข้าม
– บังคับให้ผู้ต้องขังต้องทนฟังเพลง “เบบี้ชาร์ค” ภาคภาษาสเปน ซ้ำไปซ้ำมาเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ ในเอกสารฟ้องร้องยังระบุว่า เกิดเหตุการณ์ไม่เหมาะสมต่อผู้ต้องขังเยาวชนคนอื่น ๆ ซึ่งรวมทั้งปล่อยให้ผู้ต้องขังหญิงต้องอยู่ในสภาพเปรอะเปื้อนระหว่างมีประจำเดือน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็แสดงกิริยาเยาะเย้ยเกี่ยวกับสุขอนามัยและความสะอาดของพวกเธอ
ยังมีข้อกล่าวหาอื่น ๆ อีก เช่น ผู้ต้องขังที่มีแนวโน้มคิดฆ่าตัวตายโดนจับขังในห้องบุนวมสำหรับผู้ป่วยทางจิตเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องสุขา, ผู้ต้องขังเด็กรายหนึ่งโดนจับขังไว้ในห้องขังที่เต็มไปด้วยแมลงรบกวน และไม่มีการแจกจ่ายผ้าอนามัยให้ผู้ต้องขังหญิง
เอกสารฟ้องร้องระบุว่า ผู้ต้องขังหญิงวัยรุ่นทั้ง 2 ราย ที่อยู่ในกลุ่มยื่นฟ้องสถานพินิจ ในระหว่างที่ต้องโทษอยู่สถานพินิจอะแดร์เคาน์ตี พวกเธอโดนจับขังเดี่ยวและได้รับอนุญาตให้อาบน้ำได้แบบจำกัด
หนึ่งในผู้ต้องขังหญิงวัย 17 ปี ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน กล่าวว่า เธอได้รับอนุญาตให้ออกนอกห้องขังได้เพียงเดือนละ 5 ครั้ง ขณะที่ผู้ต้องขังหญิงวัยรุ่นอีกคนหนึ่ง โดนขังเดี่ยวเป็นเวลานานถึง 4 เดือน
ฝ่ายโจทก์ยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ชายของสถานพินิจมักจะสั่งตรวจห้องขังของผู้ต้องขังหญิงและสั่งกักตัวโดยไม่ให้พวกเธอสวมเสื้อผ้า รวมทั้งมีการจับผู้ต้องขังหญิงถอดเสื้อผ้าต่อหน้าเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังคนอื่น ๆ ซึ่งเป็นเพศชาย
ในเอกสารยื่นฟ้องได้ระบุชื่อของเจ้าหน้าที่สถานพินิจ ได้แก่ เคอร์รี ฮาร์วี, วิคกี รีด และคนอื่น ๆ อีกหลายคนเป็นจำเลย
ฮาร์วี ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม มีกำหนดเกษียณราชการในสิ้นเดือน ม.ค. นี้ ส่วน รีด ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการแผนกพินิจเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม เพิ่งจะเกษียณอายุไปเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา
สำหรับอดีตผู้ต้องขังหญิงวัยรุ่นทั้ง 2 คนนั้น ปัจจุบันอยู่ในวัยผู้ใหญ่ และไม่ได้ต้องโทษอยู่ในเรือนจำแล้ว
ทีมทนายของฝ่ายโจทก์ชี้ว่า หลังจากพูดคุยกับอดีตผู้ต้องขังหญิงเหล่านี้ เรื่องราวของพวกเธอนับว่าน่าสลดใจ และไม่ควรมีบุคคลใดต้องทนรับการกระทำที่เลวร้ายแบบที่พวกเธอได้พบเจอมาจากสถานพินิจแห่งนี้
- ที่มา : usatoday.com
- เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



