ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า จากทิศทางการเติบโตของภาคการผลิต การส่งออก และการเติบโตที่ต่อเนื่องของธุรกิจการค้าออนไลน์-โลจิสติกส์ ส่งผลให้ความต้องการเช่าคลังสินค้ามีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ขนาดกลาง-รายใหญ่ที่มีแนวโน้มขยายพื้นที่เก็บสินค้าเพิ่มมากขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงมีการรองรับกับความต้องการใช้งานคลังสินค้าผ่านการเดินหน้าขยายบริการคลังสินค้าครบวงจร หรือ “THP Fulfillment-เก็บ แพ็ก ส่ง เก็บเงินปลายทาง” ตั้งแต่การเก็บรักษาสินค้า การบรรจุ การจ่าหน้า ตลอดจนถึงบริการบรรจุภัณฑ์ พร้อมการจัดส่งในระบบงานไปรษณีย์ด้วยบริการ EMS ส่งด่วนทุกปลายทาง
ทั้งนี้ เพื่อขานรับเทรนด์ธุรกิจคลังสินค้าครบวงจรซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้มความต้องการของตลาดในธุรกิจนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปรษณีย์ไทยจึงได้เปิดให้บริการคลังสินค้ารองรับในพื้นที่รวมจำนวน 8 แห่ง ทั่วประเทศ ขนาดพื้นที่รวมทั้งหมดกว่า 3,235 ตารางเมตร ประกอบด้วย คลังสินค้ากรุงเทพฯ (แจ้งวัฒนะ) คลังสินค้าศรีราชา (ชลบุรี) คลังสินค้าอุดรธานี คลังสินค้าเชียงใหม่ คลังสินค้าราชบุรี คลังสินค้านครศรีธรรมราช คลังสินค้านครราชสีมา และล่าสุดได้ขยายคลังสินค้าครบวงจร ณ จังหวัดตาก อำเภอแม่สอด เป็นแห่งที่ 8

โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภาคเศรษฐกิจช่วยลดภาระของผู้ประกอบการในการลงทุนพื้นที่คลังสินค้า อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำศักยภาพบริการของไปรษณีย์ไทย ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ คลังสินค้าทั้ง 8 แห่ง ยังมีความโดดเด่น ได้แก่ ใกล้แหล่งผลิต อาทิ นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ช่วยให้ธุรกิจที่ต้องการใช้ส่วนประกอบ-วัตถุดิบดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง ใกล้ตลาดผู้บริโภค ซึ่งจะตอบรับการเติบโตของภาคการค้าออนไลน์ ทำให้สินค้าแต่ละประเภทสามารถจัดส่งได้ทันที ใกล้กับเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญ ทำให้สินค้าต่าง ๆ ถูกรับ-ส่งอย่างรวดเร็ว และสะดวกต่อการเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสิ่งของ อีกทั้งยังอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ที่มีภาคธุรกิจขนาดใหญ่ลงทุน มีการเติบโตและขยายตัวของธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่จะเอื้อต่อการขยายฐานลูกค้าเป้าหมายของผู้ใช้บริการได้อีกด้วย

ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับบริการคลังสินค้าครบวงจร “THP Fulfillment” มีอัตราค่าบริการเช่าในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 300 บาท/ลูกบาศก์เมตร สามารถเข้าตรวจเช็กข้อมูลสินค้าได้ตลอดเวลา และเข้าชมสรุปรายงานยอดขาย คำสั่งซื้อ หรือรายการสินค้าคงเหลือ พร้อมด้วยเมนูรายการสินค้าใกล้หมด รวมถึงอัปเดตสถานะการจัดส่งได้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้บริการสามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเช่าโกดังหรืออาคารเก็บสินค้า และไม่ต้องจ้างคนช่วยแพ็กเพิ่มเติม ประหยัดเวลาในส่วนการจัดส่งเพราะไปรษณีย์ดำเนินการให้ครบวงจร



