เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข แถลงข่าวเรื่องผลการฉีดวัคซีนทั่วไทย และแผนการฉีดวัคซีนระยะต่อไปตามเป้าหมาย สรุปว่าวันมหิดล สธ.ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรการแพทย์และประชาชน ทำให้สามารถฉีดวัคซีนได้มากถึง 1.3 ล้านโด๊ส จากเป้าที่ตั้งไว้ 1 ล้านโด๊ส โดยมีตัวเลขการฉีดวัคซีนสะสมทั้งหมดทั่วประเทศเกิน 50 ล้านโด๊ส และเริ่มฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ประชาชนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม เพื่อให้มีภูมิต้านทานรองรับสายพันธุ์เดลต้า โดยฉีดวัคซีนบูสเตอร์ไปแล้ว 1.5 แสนคน ส่วนสถานการณ์วัคซีนตั้งแค่วันนี้จนถึงสิ้นปีขอให้มั่นใจ สธ.จัดหาวัคซีนได้ตามเป้าประมาณ 125 ล้านโด๊ส และตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป จะเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขโดยเร็ว ส่วนประเด็นวัคซีน mRNA ของไฟเซอร์ที่รัฐบาลจัดซื้อ 30 ล้านโด๊ส มีกำหนดทยอยเข้าไทยช่วงปลายเดือน ก.ย. ต่อเนื่องถึงสิ้นปี 64 เพื่อฉีดให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปนำไปสู่การเรียนในโรงเรียน พร้อมยืนยันวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพป้องกันโควิด
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า การฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ฉีดวัคซีนได้ทั้งสิ้น 1,300,677 โด๊ส แบ่งเป็นเข็ม 1 จำนวน 841,769 โด๊ส เข็ม 2จำนวน 309,429 โด๊ส และเข็ม 3 จำนวน 149,479 โด๊ส ขณะที่การฉีดวัคซีนสะสมทั้งประเทศ 50,080,565 โด๊ส ในจำนวนนี้ฉีดวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุมประชากร 44.45%
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่าวันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้าน 14,700 คน ยอดสะสมคนที่รักษาหายแล้ว 1,408,602 คน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11,975 คน ทั้งนี้แนวโน้มลดลง ทำให้มีผู้ที่อาการหนักเหลือ 3,323 ราย และผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจลดลงเหลือ 729 คน ส่วนผู้เสียชีวิต 127 คน ทั้งนี้ สธ.พยายามลดผู้ติดเชื้อและลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด โดยมาตรการหนึ่งในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตคือการฉีดวัคซีน พร้อมเปิดเผยช่วงเดือน ต.ค.จะมีวัคซีนเข้าไทยจำนวนมากประกอบด้วยซิโนแวค 6 ล้านโด๊ส, แอสตราเซเนกา 10 ล้านโด๊ส, ไฟเซอร์ 8 ล้านโด๊ส ทำให้ยอดรวมวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามีอย่างน้อย 24 ล้านโด๊ส และมีวัคซีนซิโนฟาร์ม 6 ล้านโด๊ส ทำให้ช่วงเดือน ต.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ช่วงสิ้นเดือน ต.ค. จะมีการฉีดวัคซีนเข็ม 1 คลอบคลุมอย่างน้อย 41 ล้านคน หรือ 58% ของประชากรไทย ส่วนเดือน พ.ย.ตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ทั้งคนไทย และคนต่างชาติในไทยรวม 71 ล้านคน และเดือน ธ.ค. มีคนไทยได้รับวัคซีน 60 ล้านคน หรือคิดเป็น 85% ส่วนการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ในเดือน ต.ค.จำนวน 30 ล้านคน, พ.ย.จำนวน 42 ล้านคน และเดือน ธ.ค. จำนวน 52 ล้านคน หรือคิดเป็น 74% ซึ่งเป็นตัวเลขเป้าหมายเกินแผนที่วางไว้ตั้งแต่ต้น
นพ.โอภาส ยังกล่าวถึงการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ว่าสิ่งที่ไม่รู้คือฉีดไปแล้วภูมิลดลงเมื่อไหร่ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปวัคซีนทุกชนิดภูมิคุ้มกันลดลง ดังนั้นการฉีดวัคซีนเข็ม 3 จึงเป็นอีกมาตรการสำคัญที่ สธ.ให้ความสนใจ ทั้งนี้คนที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มในเดือน มี.ค.-มิ.ย. กระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งให้มารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อให้ภูมิคุ้มกันสูงขั้น ลดโอกาสเสี่ยงติดเชื้อและเสียชีวิต ทั้งนี้เชื่อว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน การฉีดวัคซีนจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ปลอดภัยจากโควิดอีกประเทศหนึ่ง.















