เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 67 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ดอกเบี้ยรับเพียง 13.15 บาท ต่ำเกินไปหรือไม่ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 67 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่แถลงข่าวส่วนหนึ่งว่า กำไรสูงลิ่วของแบงก์มาจากอะไร มาจากการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM หมายความว่าในขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น แบงก์ก็ขยับส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินฝากกับเงินกู้ของแบงก์ไทยเพิ่มขึ้นจากเดิม จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากเงินน้อย ๆ แต่ให้กู้แพง ๆ ทำกำไรแบบง่าย ๆ
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า คำว่า “จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากเงินน้อย ๆ” ทำให้นึกถึงบัญชีที่นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 66 โดยนายเศรษฐา ยื่นรายได้ต่อปี (โดยประมาณ) ที่เป็นรายการดอกเบี้ยรวมไว้เพียง 13.15 บาท แต่ยื่นบัญชีว่ามีเงินฝากรวม 68,986,558.77 บาท ซึ่งมีทั้งสิ้น 47 บัญชี ซึ่งกรณีเงินฝากรวมกับดอกเบี้ยของนายเศรษฐา จึงขอทราบข้อเท็จจริงจากนายกรัฐมนตรีว่า ดอกเบี้ยรับนั้น นายกรัฐมนตรีได้รับเพียงเท่าที่แจ้งไว้จริงหรือไม่ เหตุใดจึงได้รับน้อยมาก ทั้งนี้เมื่อเทียบกับเงินฝากรวมที่แจ้งไว้ 68,986,558.77 บาท แต่ทำไมแจ้งดอกเบี้ยรับเพียง 13.15 บาท.



