สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองลาซา ประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ว่า คณะนักโบราณคดีจากสถาบันคุ้มครองวัตถุทางวัฒนธรรมส่วนภูมิภาคทิเบต และสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและบรรพมานุษยวิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ดำเนินการขุดสำรวจซากถ้ำเหมยหลง ต๋าผู่ (Melong Tagphug) ในภูมิภาคอาหลี่ เป็นระยะเวลา 6 ปี
คณะนักโบราณคดีขุดพบวัตถุทางวัฒนธรรมมากกว่า 10,000 ชิ้น ประกอบด้วยวัตถุทำจากหิน กระดูก ดินเผา สัมฤทธิ์ และซากพืชพันธุ์จากยุคหินเก่าจนถึงยุคโลหะตอนต้น ในพื้นที่ของซากถ้ำดังกล่าว ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเทือกเขาที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 4,700 เมตร
วัตถุวัฒนธรรมซึ่งมีความเก่าแก่มากที่สุดของซากถ้ำแห่งนี้ มีอายุมากกว่า 53,000 ปี และอาจเก่าแก่ถึง 80,000 ปี ส่วนที่มีความเก่าแก่น้อยที่สุดมีอายุ 1,000 ปี ขณะที่ภาพวาดบนหินที่เป็นเส้นแนวตั้ง และรูปร่างมนุษย์ ถูกเขียนด้วยดินสีแดง
ผลการศึกษาพบว่า ซากถ้ำแห่งนี้ถูกทิ้งร้างเนื่องด้วยปัจจัยทางภูมิอากาศ หรือการพังทลายของตัวถ้ำ ก่อนกลับมามีมนุษย์อาศัยอยู่อีกครั้งในช่วงเวลาต่อมา ทำให้มีวัตถุวัฒนธรรมจากหลายยุคสมัย ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของมนุษย์โบราณที่แสวงหาทางเอาชีวิตรอด ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความสูงมาก สะท้อนรูปแบบการอพยพ และการจัดระเบียบทางสังคม.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA





