สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด เผยแพร่รายงาน ว่าสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลแดง ซึ่งเป็นการที่กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกสินค้าที่แล่นผ่าน ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับบรรยากาศการค้าโลก ซึ่งเผชิญกับภาวะรบกวนมากพอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จากทั้งภาวะตึงเครียดด้านภูมิศาสตร์การเมือง และความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก


ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา 2 เดือนล่าสุด หรือนับตั้งแต่กลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ความหนาแน่นของเรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านคลองสุเอซ ซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง ลดลง 42% โดยเรือบรรทุกสินค้าเหล่านี้ เดินทางอ้อมไปผ่านแหลมกู๊ดโฮป ที่แอฟริกาใต้แทน


ขณะที่ความหนาแน่นของเรือบรรทุกสินค้าซึ่งเดินทางผ่านผ่านคลองสุเอซ ในสัปดาห์นี้ ลดลง 67% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งรายงานของอังค์ถัดระบุชัดเจนว่า การคมนาคมทางทะเลถือเป็น “เส้นชีวิต” ของกลไกการค้าโลก เนื่องจากมากกว่า 80% ของการค้าระหว่างประเทศ เป็นการขนส่งผ่านทางทะเล


ด้วยเหตุนี้ ยิ่งสถานการณ์ในทะเลแดงตึงเครียดนานเท่าไหร่ ห่วงโซ่อุปทานโลกจะยิ่งได้รับผลกระทบมากเท่านั้น การขนส่งสินค้าที่ล่าช้าจะยิ่งเป็นการเพิ่มต้นทุน และอัตราเงินเฟ้อ.

เครดิตภาพ : AFP