สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด เผยแพร่รายงาน ว่าสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลแดง ซึ่งเป็นการที่กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกสินค้าที่แล่นผ่าน ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับบรรยากาศการค้าโลก ซึ่งเผชิญกับภาวะรบกวนมากพอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จากทั้งภาวะตึงเครียดด้านภูมิศาสตร์การเมือง และความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก
ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา 2 เดือนล่าสุด หรือนับตั้งแต่กลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ความหนาแน่นของเรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านคลองสุเอซ ซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง ลดลง 42% โดยเรือบรรทุกสินค้าเหล่านี้ เดินทางอ้อมไปผ่านแหลมกู๊ดโฮป ที่แอฟริกาใต้แทน
Attacks against shipping in the Red Sea by Houthis are devastating for global trade and supply chains, already reeling under the impacts of the war in Ukraine and climate change-linked conditions in the Panama Canal, @UNCTAD said on Thursdayhttps://t.co/vm4N8WRHVF
— UN News (@UN_News_Centre) January 25, 2024
ขณะที่ความหนาแน่นของเรือบรรทุกสินค้าซึ่งเดินทางผ่านผ่านคลองสุเอซ ในสัปดาห์นี้ ลดลง 67% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งรายงานของอังค์ถัดระบุชัดเจนว่า การคมนาคมทางทะเลถือเป็น “เส้นชีวิต” ของกลไกการค้าโลก เนื่องจากมากกว่า 80% ของการค้าระหว่างประเทศ เป็นการขนส่งผ่านทางทะเล
ด้วยเหตุนี้ ยิ่งสถานการณ์ในทะเลแดงตึงเครียดนานเท่าไหร่ ห่วงโซ่อุปทานโลกจะยิ่งได้รับผลกระทบมากเท่านั้น การขนส่งสินค้าที่ล่าช้าจะยิ่งเป็นการเพิ่มต้นทุน และอัตราเงินเฟ้อ.
เครดิตภาพ : AFP



