สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ว่า คำวิจารณ์ล่าสุดของรัฐบาลปักกิ่ง เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ ผู้นำไต้หวัน เดินทางกลับบ้านเมื่อวันอังคาร (5 พ.ค.) จากการเดินทางเยือนเอสวาตินี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 ประเทศ ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน

รัฐบาลของไล่กล่าวว่า จีนได้บีบให้ประเทศในมหาสมุทรอินเดีย 3 ประเทศ ได้แก่ เซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ ปฏิเสธการอนุญาตให้เครื่องบินของเขาบินผ่านน่านฟ้า เมื่อเขาตั้งใจจะเดินทางไปเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อร่วมงานฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3

นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ไล่ “แอบขึ้นเครื่องบิน” เพื่อไปยังเอสวาตินี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การแบ่งแยกดินแดนถูกปฏิเสธโดยประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงเป็นเรื่องอื้อฉาวและเรื่องตลก

นอกจากนั้น นักการเมืองบางคนในเอสวาตินี ซึ่งได้รับ “การสนับสนุนและเลี้ยงดู” จากไต้หวัน ได้เปิดโอกาสให้กองกำลังเรียกร้องเอกราชของไต้หวัน ซึ่งขัดกับกระแสประวัติศาสตร์ และจีนขอประณามอย่างรุนแรง ขณะที่หลินได้ใช้คำดูหมิ่นที่มักใช้เรียกบุคคลที่ถูกกักขังไว้เป็นทาส หรือถูกใช้เป็นลูกน้อง

ด้าน น.ส.ทาบิเล มดลูลี รักษาการโฆษกหญิงของรัฐบาลเอสวาตินี กล่าวว่า คำพูดดังกล่าวน่าเสียใจอย่างยิ่ง และต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดหวัง ในการสนทนาระหว่างประเทศอย่างมีความเคารพ และเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นพิเศษ เมื่อคำกล่าวเช่นนี้มาจากประเทศที่วางตัวเป็นผู้มีบทบาทสำคัญระดับโลก

เธอเสริมว่า เอสวาตินีต้องไม่ถูกรังแก และการตัดสินใจในฐานะอธิปไตยของเรา ควรได้รับการเคารพจากทุกฝ่าย.

เครดิตภาพ : REUTERS